Posts

Showing posts from September, 2024

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าโรคเก๊าท์เกิดจากการผลิตกรดยูริกมากเกินไป หรือการขับกรดยูริกไม่เพียงพอ?

Image
เราจะรู้ได้อย่างไรว่าโรคเก๊าท์เกิดจากการผลิตกรดยูริกมากเกินไป หรือการขับกรดยูริกไม่เพียงพอ?   โรคเก๊าท์เป็นภาวะที่เกิดจากการสะสมของ กรดยูริก ในร่างกาย ซึ่งอาจเกิดจากสองสาเหตุหลัก คือ การที่ร่างกายผลิตกรดยูริกมากเกินไป หรือการที่ ไต ไม่สามารถขับกรดยูริกออกจากร่างกายได้เพียงพอ แต่เราจะทราบได้อย่างไรว่าสาเหตุของโรคเก๊าท์เกิดจากการผลิตมากเกินไปหรือไตขับไม่เพียงพอ? วันนี้เราจะมาคุยกันถึงวิธีตรวจสอบง่ายๆ และค่าที่ใช้เป็นตัวบ่งชี้ครับ   การวัดปริมาณกรดยูริกในปัสสาวะ: วิธีบอกสาเหตุของโรคเก๊าท์   วิธีหนึ่งที่สามารถบอกได้ว่าร่างกายของเรามีปัญหาจากการผลิตกรดยูริกมากเกินไป หรือไตไม่สามารถขับกรดยูริกได้เพียงพอ คือ การตรวจปริมาณกรดยูริกในปัสสาวะ ซึ่งทำโดยเก็บปัสสาวะตลอด 24 ชั่วโมง (Urine Uric Acid Test) การตรวจนี้จะช่วยให้แพทย์สามารถวิเคราะห์ได้ว่าปริมาณกรดยูริกที่ร่างกายขับออกมานั้นเป็นเท่าไหร่   ค่าปริมาณกรดยูริกในปัสสาวะ: บ่งบอกอะไรบ้าง?                    •     ...

กลไกในการเกิดโรคเก๊าท์จากความผิดปกติในร่างกาย: เข้าใจให้ลึกเพื่อป้องกันได้ง่ายขึ้น

Image
กลไกในการเกิดโรคเก๊าท์จากความผิดปกติในร่างกาย: เข้าใจให้ลึกเพื่อป้องกันได้ง่ายขึ้น   โรคเก๊าท์เป็นโรคข้ออักเสบที่เกิดขึ้นจากการสะสมของกรดยูริกในร่างกาย ซึ่งเป็นภาวะที่สร้างความเจ็บปวดและอักเสบให้กับข้อ แต่ทำไมร่างกายของเราถึงเกิดความผิดปกติจนทำให้เกิดโรคเก๊าท์ได้? วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจถึงกลไกการเกิดโรคเก๊าท์ที่มาจากความผิดปกติในร่างกายกันครับ   1. การสะสมของกรดยูริกในเลือด (Hyperuricemia)   โรคเก๊าท์เริ่มต้นจาก กรดยูริก (Uric Acid) ในเลือดที่มีมากเกินไป ซึ่งเป็นสารที่เกิดจากการสลายตัวของ พิวรีน (Purine) ที่มีอยู่ในอาหารและเซลล์ในร่างกาย โดยปกติกรดยูริกจะถูกขับออกจากร่างกายผ่านทางปัสสาวะ แต่เมื่อร่างกายมีกรดยูริกมากเกินไป ไม่ว่าจะจากการผลิตกรดยูริกมากเกินไปหรือจากการขับกรดยูริกออกไม่เพียงพอ กรดยูริกก็จะเริ่มสะสมในเลือด   2. การตกผลึกของกรดยูริกในข้อ   เมื่อกรดยูริกในเลือดมีปริมาณสูงเกินไป กรดยูริกจะเริ่มตกผลึกเป็นผลึกเล็กๆ ที่เรียกว่า ผลึกยูเรต (Urate Crystals) ผลึกเหล่านี้มักจะสะสมในข้อ โดยเฉพาะที่ ข้อนิ้วหัวแม่เท้า ข้อเท้า ข้อเข่า หรือข้อต่างๆ ของร่างกาย กา...

ถั่วกับเก๊าท์: สนิทกันหรือเปล่า?

Image
ถั่วกับเก๊าท์: สนิทกันหรือเปล่า? 🌰🥜 หลายคนที่ป่วยเป็นโรคเก๊าท์ หรือมีคนใกล้ชิดเป็น มักจะสงสัยว่า “กินถั่วได้ไหม?” ถั่วลิสง ถั่วเขียว ถั่วงอก หรือถั่วอะไรก็ตามที่เราชอบกินเป็นของว่างหรือใส่ในอาหาร มีผลทำให้โรคเก๊าท์กำเริบหรือไม่? ถั่วลิสงกับเก๊าท์ – เพื่อนหรือศัตรู? ถั่วลิสงและถั่วชนิดอื่น ๆ จริง ๆ แล้วไม่ใช่ตัวการหลักที่ทำให้เกิดโรคเก๊าท์นะ! โรคเก๊าท์เกิดจากการที่ร่างกายมีระดับกรดยูริกในเลือดสูงเกินไป ซึ่งกรดยูริกนี้มาจากสารที่ชื่อว่า “พิวรีน” อาหารที่มีพิวรีนสูง เช่น เนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ หรืออาหารทะเล มักจะเป็นตัวการสำคัญ แล้วถั่วล่ะ? ถั่วส่วนใหญ่มีปริมาณพิวรีนปานกลางถึงต่ำ ดังนั้นถ้าเรากินถั่วในปริมาณที่เหมาะสม มันก็ไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคเก๊าท์อย่างที่หลายคนคิด! แต่ถ้าคุณเป็นคนที่มีระดับกรดยูริกสูงอยู่แล้ว ควรกินถั่วอย่างพอดี และไม่มากเกินไป เพื่อป้องกันไม่ให้ระดับกรดยูริกเพิ่มขึ้น เคล็ดลับการกินถั่วแบบชิลๆ ถั่วน่ะ ดีต่อสุขภาพและอร่อย! แค่ระวังปริมาณและกินหลากหลาย หากคุณเป็นคนที่ต้องระวังเรื่องเก๊าท์ ลองเลือกกินถั่วในปริมาณที่เหมาะสม และอย่าลืมดื่มน้ำมากๆ เพื่อช่วยล...

เม็ดมะม่วงหิมพานต์: มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเก๊าท์หรือไม่?

Image
เม็ดมะม่วงหิมพานต์: มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเก๊าท์หรือไม่? หลายคนที่ป่วยเป็นโรคเก๊าท์มักจะมีคำถามเกี่ยวกับการรับประทานอาหารบางชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ของว่างยอดนิยมที่หลายคนชื่นชอบ ถ้าคุณสงสัยว่าเม็ดมะม่วงหิมพานต์มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเก๊าท์หรือไม่ เรามีคำตอบให้ครับ! 📌 เม็ดมะม่วงหิมพานต์มีพิวรีนต่ำ!!! โรคเก๊าท์เกิดจากการสะสมของกรดยูริกในร่างกาย ซึ่งมาจากการเผาผลาญสารพิวรีนในอาหาร แต่ข่าวดีคือเม็ดมะม่วงหิมพานต์มีปริมาณพิวรีนที่ต่ำมาก ดังนั้นจึงไม่มีผลโดยตรงต่อการกระตุ้นให้เกิดการสะสมของกรดยูริกในเลือด 🥜 ของว่างที่อร่อยและปลอดภัย สำหรับผู้ที่เป็นโรคเก๊าท์ การรับประทานเม็ดมะม่วงหิมพานต์ในปริมาณที่เหมาะสมไม่ถือว่าเป็นความเสี่ยง เนื่องจากมันไม่ใช่อาหารที่กระตุ้นให้เกิดอาการเก๊าท์อย่างเช่นเครื่องในสัตว์หรือเนื้อแดง 📋 อย่าลืมควบคุมปริมาณ ถึงแม้ว่าเม็ดมะม่วงหิมพานต์จะไม่กระตุ้นการเกิดเก๊าท์โดยตรง แต่ก็มีไขมันและพลังงานสูง หากรับประทานมากเกินไปอาจส่งผลต่อน้ำหนักตัวได้ การควบคุมปริมาณที่ทานเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการรักษาสุขภาพโดยรวม สรุปได้ว่า ผู้ป่วยโรคเก๊าท์สามารถเพลิดเพลิน...

พยาธิสภาพของโรคเก๊าท์: ร่างกายเกิดอะไรขึ้นเมื่อเป็นโรคนี้?

Image
พยาธิสภาพของโรคเก๊าท์: ร่างกายเกิดอะไรขึ้นเมื่อเป็นโรคนี้?   โรคเก๊าท์เป็นโรคข้ออักเสบที่เกิดจากการสะสมของกรดยูริกในร่างกาย ซึ่งทำให้เกิดการอักเสบและความเจ็บปวดอย่างเฉียบพลัน แต่พยาธิสภาพของโรคเก๊าท์ หรือกระบวนการที่เกิดขึ้นภายในร่างกายเมื่อเราเป็นโรคเก๊าท์นั้น ซับซ้อนกว่าที่หลายคนอาจเข้าใจ วันนี้เราจะมาคุยกันถึงขั้นตอนและกระบวนการที่ทำให้เกิดโรคเก๊าท์ เพื่อให้คุณได้เข้าใจว่าอะไรเป็นสาเหตุของการอักเสบและเจ็บปวดที่ข้อต่างๆ ในร่างกาย   1. การสร้างและสะสมกรดยูริกในร่างกาย   กรดยูริกเป็นของเสียที่เกิดจากการสลายสาร พิวรีน (purine) ซึ่งเป็นสารที่พบได้ในอาหารหลายชนิด เช่น เนื้อแดง อาหารทะเล และเครื่องในสัตว์ รวมถึงการเผาผลาญเซลล์ภายในร่างกายเอง เมื่อพิวรีนถูกย่อยสลายจะกลายเป็นกรดยูริก ซึ่งปกติแล้วจะถูกขับออกจากร่างกายทางปัสสาวะ แต่หากร่างกายมีกรดยูริกมากเกินไป หรือไตไม่สามารถขับกรดยูริกออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ กรดยูริกจะเริ่มสะสมในเลือด   2. การตกผลึกของกรดยูริก   เมื่อระดับกรดยูริกในเลือดสูงเกินไป กรดยูริกจะเริ่มตกผลึกเป็นเกลือยูเรต (urate crystals) ผลึกเกลือนี้มีขนาด...

สาเหตุของโรคเก๊าท์: ทำไมร่างกายถึงเกิดภาวะนี้?

Image
สาเหตุของโรคเก๊าท์: ทำไมร่างกายถึงเกิดภาวะนี้? หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ “โรคเก๊าท์” แต่ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร วันนี้เราจะมาคุยกันถึงสาเหตุของโรคนี้ในแบบที่เข้าใจง่ายๆ และอ่านสบายๆ ให้ทุกคนรู้จักและเข้าใจโรคเก๊าท์มากขึ้นกันครับ โรคเก๊าท์คืออะไร? โรคเก๊าท์เป็นโรคข้ออักเสบชนิดหนึ่งที่เกิดจากการสะสมของ กรดยูริก ในร่างกาย กรดยูริกเป็นของเสียที่ร่างกายสร้างขึ้นเมื่อเราย่อยอาหารที่มี พิวรีน (purine) ซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่พบในอาหารหลายชนิด เมื่อกรดยูริกสะสมมากเกินไปในเลือด มันจะตกผลึกเป็นเกลือแข็งๆ ตามข้อต่างๆ ทำให้เกิดการอักเสบ บวม และปวดอย่างรุนแรง ทำไมร่างกายถึงมีกรดยูริกมากเกินไป? สาเหตุหลักของการมีกรดยูริกสะสมมากเกินไปในร่างกายมีหลายปัจจัย เช่น: 1. การกินอาหารที่มีพิวรีนสูง: อาหารบางชนิด เช่น เนื้อแดง อาหารทะเล เครื่องในสัตว์ รวมถึง เบียร์และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ล้วนมีพิวรีนสูง เมื่อเรากินอาหารเหล่านี้มากๆ ร่างกายจะผลิตกรดยูริกเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจทำให้เกิดการสะสมและกลายเป็นโรคเก๊าท์ได้ 2. การทำงานของไต: ไตของเรามีหน้าที่ขับกรดยูริกออกจากร่างกายผ่านทางปัสสาวะ หากไตทำงานไม่ดีหรือมีปัญหาใน...

เก๊าท์กับการดื่มแอลกอฮอล์: รู้ไว้ ลดความเสี่ยง เลี่ยงอาการเจ็บปวด

Image
เก๊าท์กับการดื่มแอลกอฮอล์: รู้ไว้ ลดความเสี่ยง เลี่ยงอาการเจ็บปวด หลายคนอาจไม่ทราบว่า การดื่มแอลกอฮอล์ มีผลโดยตรงต่อการเกิดและกระตุ้นอาการของโรคเก๊าท์ วันนี้เราจะมาคุยกันถึงความสัมพันธ์ระหว่างโรคเก๊าท์กับแอลกอฮอล์ รวมถึงแนวทางการดื่มอย่างระมัดระวังเพื่อหลีกเลี่ยงอาการปวดข้อที่มากับโรคนี้กันครับ ทำไมแอลกอฮอล์จึงกระตุ้นอาการเก๊าท์? แอลกอฮอล์ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อการทำงานของตับและไตเท่านั้น แต่ยังมีผลต่อระดับ กรดยูริก ในร่างกาย ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของโรคเก๊าท์ เมื่อเราดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะเครื่องดื่มบางประเภท เช่น เบียร์หรือไวน์ ร่างกายจะเผาผลาญแอลกอฮอล์และผลิตสารที่ขัดขวางการขับกรดยูริก ทำให้กรดยูริกสะสมอยู่ในกระแสเลือด นอกจากนี้ เบียร์และแอลกอฮอล์ที่ผ่านกระบวนการหมักยังมี พิวรีน สูง ซึ่งเป็นสารที่เปลี่ยนเป็นกรดยูริกในร่างกาย ยิ่งกินมาก ระดับกรดยูริกก็ยิ่งสูงขึ้น นี่จึงเป็นสาเหตุที่หลายคนพบว่าอาการเก๊าท์กำเริบหลังจากดื่มแอลกอฮอล์ แอลกอฮอล์ชนิดใดที่กระตุ้นอาการเก๊าท์มากที่สุด? • เบียร์: เบียร์ถือเป็นแอลกอฮอล์ที่กระตุ้นอาการเก๊าท์มากที่สุด เนื่องจากมีพิวรีนสูง เมื่อดื่มเข้าไป จะทำให้ระดับกรด...

การรักษาโรคเก๊าท์ 2 ระยะ

Image
การรักษาเก๊าท์ 2 ระยะ  1.ระยะที่มีอาการปวดตามข้อต่างๆมาก ให้ทานยาลดปวด ลดอักเสบ ฉีดยาเข้าข้อ 2-4 สัปดาห์  ช่วงที่มีการอักเสบมากปวดมาก จะให้ทานยาลดการอักเสบ แก้ปวด หรือร่วมกับฉีดยาถ้าปวดมากๆๆๆๆ ยาทานเช่น celebrex 200mg เช้า เย็น ร่วมกับ colchicine 1 เม็ดเช้า เย็น  2. ต่อมาอีก 4 สัปดาห์ให้ตรวจเลือดดูค่ายูริก และค่าไต Uric acid , BUN, Cr ตรวจปัสสาวะโดยการเก็บปัสสาวะ 24 ชั่วโมงหา uric acid ในปัสสาวะเพื่อประเมินทางเลือกในการใช้ยาลดกรดยูริก ว่าจะให้ในกลุ่ม allopurinol, febuxostat หรือให้ยาในการเพิ่มการขับกรดยูริกออกทางปัสสาวะเช่น sulfinpyrazone, probenecid, benzbromarone  ตรวจเลือดดูค่า HLA5801 ว่ามีการแพ้ยา allopurinol หรือไม่  ถ้าค่าระดับยูริกในเลือดสูง และตรวจปัสสาวะ มีค่า uric>800 ก็ให้ยาลดการสร้าง  แล้วจึงพิจารณาในการเลือกใช้ยาลดระดับยูริกในร่างกาย เพื่อให้ระดับยูริกน้อยกว่า 5 ตรวจเลือด3-6 เดือน เพื่อดูค่าไตและยูริกในเลือด  ยาลดยูริกและยา colchicine จะทานร่วมกัน https://youtube.com/playlist?list=PLRmpWdWX6cKr5nuxrCXUu22Li4u0tGajY&si=j01T3jBC...

การรักษาโรคเก๊า: มียาอะไรบ้าง และเลือกใช้อย่างไรที่เหมาะสมกับคนไข้โรคเก๊าท์ ทุกวันนี้ท่านได้ใช้ยาลดกรดยูริกอย่างถูกต้องหรือไม่?

Image
การรักษาโรคเก๊า: มียาอะไรบ้าง และเลือกใช้อย่างไรที่เหมาะสมกับคนไข้โรคเก๊าท์ ทุกวันนี้ท่านได้ใช้ยาลดกรดยูริกอย่างถูกต้องหรือไม่? โรคเก๊าเป็นโรคที่เกิดจากการสะสมของกรดยูริกในร่างกาย ซึ่งนำไปสู่การอักเสบและอาการปวดตามข้อ ผู้ป่วยโรคเก๊าสามารถควบคุมอาการและป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำได้ ด้วยการรักษาที่เหมาะสมและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ตามแนวทางของ American College of Rheumatology (ACR) นี่คือขั้นตอนหลักในการรักษาโรคเก๊า 1. การใช้ยาเพื่อควบคุมอาการปวดและการอักเสบ เมื่อผู้ป่วยมีอาการปวดข้อเฉียบพลัน เนื่องจากการอักเสบที่เกิดจากผลึกกรดยูริก การใช้ยาเป็นวิธีหลักในการลดอาการปวดและการอักเสบ: • ยากลุ่ม NSAIDs (เช่น ยาไอบูโพรเฟน) — ใช้เพื่อลดการอักเสบและอาการปวด • ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ — หากผู้ป่วยไม่สามารถใช้ NSAIDs ได้ ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์จะช่วยลดการอักเสบ • โคลชิซิน (Colchicine) — เป็นยาที่ช่วยลดการอักเสบของข้อในผู้ป่วยที่มีอาการเก๊าเฉียบพลันได้ดี โดยเฉพาะในระยะแรกของอาการ 2. การใช้ยาลดระดับกรดยูริกในระยะยาว เมื่ออาการปวดบรรเทาลงแล้ว สิ่งสำคัญคือต้องควบคุมระดับกรดยูริกในระยะยาวเพื่อลดความเสี...

เก๊าท์ vs โรคข้ออักเสบอื่นๆ: รู้จักและเข้าใจความแตกต่าง

Image
เก๊าท์ vs โรคข้ออักเสบอื่นๆ: รู้จักและเข้าใจความแตกต่าง หลายคนอาจสับสนระหว่างโรคเก๊าท์กับโรคข้ออักเสบอื่นๆ เช่น ข้อเสื่อมและข้ออักเสบรูมาตอยด์ วันนี้เราจะมาเปรียบเทียบความแตกต่างของโรคเหล่านี้ให้เข้าใจง่ายๆ เพื่อที่คุณจะได้รู้จักอาการและการดูแลสุขภาพของตัวเองได้ถูกต้องมากขึ้น 1. โรคเก๊าท์ (Gout) • สาเหตุ: เกิดจากการสะสมของกรดยูริกในร่างกาย เมื่อกรดยูริกสูงเกินไป จะก่อตัวเป็นผลึกเกลือที่ข้อต่างๆ ทำให้เกิดการอักเสบและปวดอย่างรุนแรง • อาการ: มักเริ่มจากอาการปวดเฉียบพลันและรุนแรง โดยเฉพาะที่ข้อหัวแม่เท้า ข้อเข่า หรือข้อเท้า อาจบวม แดง รู้สึกร้อนที่ข้อ • กลุ่มเสี่ยง: ผู้ชายวัยกลางคน หรือผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ผู้ที่กินอาหารที่มีกรดยูริกสูง เช่น อาหารทะเล เนื้อแดง หรือดื่มแอลกอฮอล์ • ลักษณะอาการเฉพาะ: อาการปวดจะเกิดขึ้นแบบฉับพลัน และปวดรุนแรงช่วงกลางคืนหรือเช้าตรู่ 2. โรคข้อเสื่อม (Osteoarthritis) • สาเหตุ: เกิดจากการเสื่อมของกระดูกอ่อนในข้อที่เกิดขึ้นตามวัย หรือจากการใช้งานข้อมากเกินไป เช่น การนั่งหรือยืนนานๆ การออกกำลังกายหนัก • อาการ: อาการปวดจะค่อยๆ เกิดขึ้นและรุนแรงมากขึ้นเมื่อมีการใช้...

โรคเก๊าท์คืออะไร? อธิบายแบบง่ายๆ ให้เข้าใจได้ไม่ยาก

Image
โรคเก๊าท์คืออะไร? อธิบายแบบง่ายๆ ให้เข้าใจได้ไม่ยาก โรคเก๊าท์ (Gout) เป็นโรคที่เกิดจากการสะสมของกรดยูริกในเลือด เมื่อกรดยูริกนี้มีมากเกินไป มันจะก่อตัวเป็นผลึกคล้ายเกลืออยู่ตามข้อต่างๆ ในร่างกาย ทำให้เกิดการอักเสบ บวม แดง และเจ็บปวดอย่างรุนแรง โดยเฉพาะที่ข้อนิ้วหัวแม่เท้า ข้อเท้า หรือข้อเข่า!!! อาการมักจะมาแบบเฉียบพลัน คือ อยู่ๆ ก็เจ็บมากจนเดินแทบไม่ได้ในบางครั้ง ใครบ้างที่มักจะเป็นโรคเก๊าท์? โรคเก๊าท์มักพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง โดยเฉพาะในวัยกลางคนขึ้นไป (อายุ 40-50 ปี) แต่ผู้หญิงก็สามารถเป็นได้เช่นกัน โดยมักจะเริ่มพบอาการหลังวัยหมดประจำเดือน (วัยทอง) คนที่มีนิสัยการกินที่ไม่เหมาะสม หรือคนที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน หรือความดันโลหิตสูง ก็มีโอกาสที่จะเป็นโรคเก๊าท์ได้เช่นกัน ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคเก๊าท์ 1. อาหารที่กิน – การกินอาหารที่มีกรดยูริกสูง เช่น เนื้อแดง (เนื้อวัว หมู) อาหารทะเล รวมถึงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และน้ำตาลฟรุกโตส จะทำให้ระดับกรดยูริกในร่างกายสูงขึ้น 2. พฤติกรรมการใช้ชีวิต – การไม่ออกกำลังกาย การอ้วน หรือการดื่มแอลกอฮอล์บ่อยๆ ล้วนทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคเก๊...

โรคเก๊าท์และอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง: เรื่องง่ายๆ ที่ทุกคนควรรู้!!!

Image
โรคเก๊าท์และอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง: เรื่องง่ายๆ ที่ทุกคนควรรู้!!!   โรคเก๊าท์เป็นโรคที่เกิดจากการสะสมของกรดยูริกในร่างกาย กรดยูริกคือสารที่เกิดจากการย่อยสลายอาหารบางชนิด เมื่อมีมากเกินไป จะสะสมและก่อตัวเป็นผลึกที่ข้อ ทำให้ข้ออักเสบ บวม และปวด   อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง   อาหารบางชนิดมีกรดยูริกสูงและทำให้โรคเก๊าแย่ลง เรามาดูกันว่าอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงมีอะไรบ้าง รวมถึงคำถามเกี่ยวกับอาหารที่หลายคนสงสัย เช่น หน่อไม้ ชะอม และน้ำพริกกะปิ              1.        เนื้อแดง — เนื้อวัว หมู และเนื้อแกะเป็นเนื้อที่ทำให้ร่างกายสร้างกรดยูริกมากขึ้น การกินเนื้อแดงมากๆ อาจทำให้ข้อปวดและบวมได้            2.        เครื่องในสัตว์ — ตับ ไต และสมองเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้กรดยูริกสูงเกินไป ถ้าอยากให้ข้อของคุณแข็งแรง ต้องหลีกเลี่ยงเครื่องในเหล่านี้           ...

เก๊าท์ และการรักษา

Image
Gout เก๊าท์   การรักษาเก๊าท์ 2 ระยะ 1.ระยะที่มีอาการปวดตามข้อต่างๆมาก ให้ทานยาลดปวด ลดอักเสบ ฉีดยาเข้าข้อ 2-4 สัปดาห์ ช่วงที่มีการอักเสบมากปวดมาก จะให้ทานยาลดการอักเสบ แก้ปวด หรือร่วมกับฉีดยาถ้าปวดมากๆๆๆๆ ยาทานเช่น celebrex 200mg เช้า เย็น ร่วมกับ colchicine 1 เม็ดเช้า เย็น 2. ต่อมาอีก 4 สัปดาห์ให้ตรวจเลือดดูค่ายูริก และค่าไต Uric acid , BUN, Cr ตรวจปัสสาวะโดยการเก็บปัสสาวะ 24 ชั่วโมงหา uric acid ในปัสสาวะเพื่อประเมินทางเลือกในการใช้ยาลดกรดยูริก ว่าจะให้ในกลุ่ม allopurinol, febuxostat หรือให้ยาในการเพิ่มการขับกรดยูริกออกทางปัสสาวะเช่น sulfinpyrazone, probenecid, benzbromarone   ตรวจเลือดดูค่า HLA5801 ว่ามีการแพ้ยา allopurinol หรือไม่ ถ้าค่าระดับยูริกในเลือดสูง และตรวจปัสสาวะ มีค่า uric>800 ก็ให้ยาลดการสร้าง  แล้วจึงพิจารณาในการเลือกใช้ยาลดระดับยูริกในร่างกาย เพื่อให้ระดับยูริกน้อยกว่า 5 ตรวจเลือด3-6 เดือน เพื่อดูค่าไตและยูริกในเลือด ยาลดยูริกและยา colchicine จะทานร่วมกัน https://youtube.com/playlist?list=PLRmpWdWX6cKr5nuxrCXUu22Li4u0tGajY&si=j01T3jBCKdDqIEcF ...