เราจะรู้ได้อย่างไรว่าโรคเก๊าท์เกิดจากการผลิตกรดยูริกมากเกินไป หรือการขับกรดยูริกไม่เพียงพอ?

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าโรคเก๊าท์เกิดจากการผลิตกรดยูริกมากเกินไป หรือการขับกรดยูริกไม่เพียงพอ?

 

โรคเก๊าท์เป็นภาวะที่เกิดจากการสะสมของ กรดยูริก ในร่างกาย ซึ่งอาจเกิดจากสองสาเหตุหลัก คือ การที่ร่างกายผลิตกรดยูริกมากเกินไป หรือการที่ ไต ไม่สามารถขับกรดยูริกออกจากร่างกายได้เพียงพอ แต่เราจะทราบได้อย่างไรว่าสาเหตุของโรคเก๊าท์เกิดจากการผลิตมากเกินไปหรือไตขับไม่เพียงพอ? วันนี้เราจะมาคุยกันถึงวิธีตรวจสอบง่ายๆ และค่าที่ใช้เป็นตัวบ่งชี้ครับ

 

การวัดปริมาณกรดยูริกในปัสสาวะ: วิธีบอกสาเหตุของโรคเก๊าท์

 

วิธีหนึ่งที่สามารถบอกได้ว่าร่างกายของเรามีปัญหาจากการผลิตกรดยูริกมากเกินไป หรือไตไม่สามารถขับกรดยูริกได้เพียงพอ คือ การตรวจปริมาณกรดยูริกในปัสสาวะ ซึ่งทำโดยเก็บปัสสาวะตลอด 24 ชั่วโมง (Urine Uric Acid Test) การตรวจนี้จะช่วยให้แพทย์สามารถวิเคราะห์ได้ว่าปริมาณกรดยูริกที่ร่างกายขับออกมานั้นเป็นเท่าไหร่

 

ค่าปริมาณกรดยูริกในปัสสาวะ: บ่งบอกอะไรบ้าง?

 

                 •              หากปริมาณกรดยูริกในปัสสาวะ สูงกว่า 800 มิลลิกรัมต่อวัน นั่นแปลว่า ร่างกายผลิตกรดยูริกมากเกินไป แต่ไตยังขับออกได้ตามปกติ สาเหตุนี้มักเกี่ยวข้องกับการบริโภคอาหารที่มีพิวรีนสูง หรือความผิดปกติในกระบวนการเผาผลาญสารอาหารของร่างกาย

                 •              หากปริมาณกรดยูริกในปัสสาวะ ต่ำกว่า 300 มิลลิกรัมต่อวัน นั่นแสดงว่า ไตไม่สามารถขับกรดยูริกออกได้เพียงพอ ทำให้กรดยูริกสะสมในเลือดและเกิดการตกผลึกในข้อ ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการปวดข้อจากโรคเก๊าท์

 

แล้วเราจะทำอย่างไรต่อไป?

 

                 1.             ปรึกษาแพทย์: หากคุณมีอาการที่สอดคล้องกับโรคเก๊าท์ เช่น ปวดข้อเฉียบพลันและรุนแรง ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจปริมาณกรดยูริกในเลือดและปัสสาวะ การวิเคราะห์นี้จะช่วยให้แพทย์สามารถระบุได้ว่าสาเหตุของโรคเก๊าท์เกิดจากอะไร

                 2.             ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน: หากพบว่าร่างกายผลิตกรดยูริกมากเกินไป คุณอาจต้องปรับลดการบริโภคอาหารที่มีพิวรีนสูง เช่น เนื้อแดง อาหารทะเล และเครื่องในสัตว์ รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

                 3.             ดูแลการทำงานของไต: หากไตไม่สามารถขับกรดยูริกได้เพียงพอ คุณอาจต้องเน้นการดื่มน้ำมากๆ เพื่อช่วยให้ไตทำงานได้ดีขึ้น และหลีกเลี่ยงการใช้ยาบางชนิดที่อาจทำให้กรดยูริกสะสม เช่น ยาขับปัสสาวะ

 

สรุป

 

การตรวจปริมาณกรดยูริกในปัสสาวะเป็นวิธีที่ช่วยบอกได้ว่าโรคเก๊าท์ของคุณเกิดจากการผลิตกรดยูริกมากเกินไปหรือการขับออกไม่เพียงพอ หากคุณมีปริมาณกรดยูริกในปัสสาวะสูงกว่า 800 มิลลิกรัมต่อวัน แสดงว่าร่างกายผลิตมากเกินไป แต่หากต่ำกว่า 300 มิลลิกรัมต่อวัน แสดงว่าไตขับกรดยูริกได้ไม่เพียงพอ

 

การดูแลสุขภาพโดยการปรับเปลี่ยนอาหารและพฤติกรรมการใช้ชีวิตเป็นสิ่งสำคัญในการลดความเสี่ยงและป้องกันโรคเก๊าท์ ไม่ว่าคุณจะมีสาเหตุจากการผลิตกรดยูริกมากเกินไปหรือการขับออกที่ไม่เพียงพอ การรู้จักร่างกายของตัวเองและรับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์จะช่วยให้คุณดูแลสุขภาพข้อได้ดีขึ้นครับ

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์

ปรึกษาปัญหากระดูกและข้อได้ที่ line ID @doctorkeng ไม่เสียค่าใช้จ่าย

 https://page.line.me/vjn2149j?openQrModal=tru

 

#โรคเก๊าท์ #กรดยูริก #ปริมาณกรดยูริกในปัสสาวะ #การผลิตกรดยูริก #การขับกรดยูริก #สุขภาพข้อ #ปวดข้อ #การตรวจปัสสาวะ #ดูแลสุขภาพ

Comments

Popular posts from this blog

"ยาแก้เก๊าท์" กินอย่างไรให้หาย โรคสงบ และไม่พังพินาศเพราะผลข้างเคียง

เก๊าท์ลงไต" ฝันร้ายที่คนกรดยูริกสูงกลัวที่สุด—ทำยังไงไม่ให้ฟอกไตในอนาคต?

การรักษาโรคเก๊า: มียาอะไรบ้าง และเลือกใช้อย่างไรที่เหมาะสมกับคนไข้โรคเก๊าท์ ทุกวันนี้ท่านได้ใช้ยาลดกรดยูริกอย่างถูกต้องหรือไม่?