กลไกในการเกิดโรคเก๊าท์จากความผิดปกติในร่างกาย: เข้าใจให้ลึกเพื่อป้องกันได้ง่ายขึ้น

กลไกในการเกิดโรคเก๊าท์จากความผิดปกติในร่างกาย: เข้าใจให้ลึกเพื่อป้องกันได้ง่ายขึ้น

 

โรคเก๊าท์เป็นโรคข้ออักเสบที่เกิดขึ้นจากการสะสมของกรดยูริกในร่างกาย ซึ่งเป็นภาวะที่สร้างความเจ็บปวดและอักเสบให้กับข้อ แต่ทำไมร่างกายของเราถึงเกิดความผิดปกติจนทำให้เกิดโรคเก๊าท์ได้? วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจถึงกลไกการเกิดโรคเก๊าท์ที่มาจากความผิดปกติในร่างกายกันครับ

 

1. การสะสมของกรดยูริกในเลือด (Hyperuricemia)

 

โรคเก๊าท์เริ่มต้นจาก กรดยูริก (Uric Acid) ในเลือดที่มีมากเกินไป ซึ่งเป็นสารที่เกิดจากการสลายตัวของ พิวรีน (Purine) ที่มีอยู่ในอาหารและเซลล์ในร่างกาย โดยปกติกรดยูริกจะถูกขับออกจากร่างกายผ่านทางปัสสาวะ แต่เมื่อร่างกายมีกรดยูริกมากเกินไป ไม่ว่าจะจากการผลิตกรดยูริกมากเกินไปหรือจากการขับกรดยูริกออกไม่เพียงพอ กรดยูริกก็จะเริ่มสะสมในเลือด

 

2. การตกผลึกของกรดยูริกในข้อ

 

เมื่อกรดยูริกในเลือดมีปริมาณสูงเกินไป กรดยูริกจะเริ่มตกผลึกเป็นผลึกเล็กๆ ที่เรียกว่า ผลึกยูเรต (Urate Crystals) ผลึกเหล่านี้มักจะสะสมในข้อ โดยเฉพาะที่ ข้อนิ้วหัวแม่เท้า ข้อเท้า ข้อเข่า หรือข้อต่างๆ ของร่างกาย การสะสมของผลึกเหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้นของอาการปวดและการอักเสบที่เราเรียกว่า “เก๊าท์”

 

3. การตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน

 

เมื่อผลึกยูเรตสะสมในข้อ ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะตอบสนองโดยส่งเซลล์เม็ดเลือดขาวไปทำลายผลึกเหล่านี้ แต่แทนที่เซลล์เม็ดเลือดขาวจะสามารถกำจัดผลึกได้ การที่พวกมันพยายามทำลายผลึกกลับทำให้เกิดการอักเสบมากขึ้น สารเคมีที่เซลล์เม็ดเลือดขาวปล่อยออกมาระหว่างการพยายามกำจัดผลึกนั้นจะทำให้เกิดอาการ ปวด บวม แดง และร้อน ที่ข้อ ซึ่งเป็นอาการของโรคเก๊าท์

 

4. ความผิดปกติในการขับกรดยูริก

 

หนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้กรดยูริกสะสมในร่างกายคือการทำงานที่ผิดปกติของ ไต ซึ่งมีหน้าที่ในการขับกรดยูริกออกจากร่างกาย หากไตทำงานได้ไม่เต็มที่ กรดยูริกจะไม่สามารถขับออกมาได้เพียงพอ ทำให้สะสมอยู่ในกระแสเลือดและนำไปสู่การเกิดโรคเก๊าท์

 

5. ปัจจัยทางพันธุกรรมและโรคประจำตัว

 

ความผิดปกติในการเผาผลาญกรดยูริกอาจเกิดจาก พันธุกรรม หากครอบครัวของคุณมีประวัติการเป็นโรคเก๊าท์ โอกาสที่คุณจะเป็นโรคนี้ก็จะสูงขึ้น นอกจากนี้ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคไต โรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดความผิดปกติในการขับกรดยูริกเช่นกัน

 

สรุปกลไกในการเกิดโรคเก๊าท์

 

           1.        กรดยูริกสะสมในเลือด: เกิดจากการผลิตมากเกินไปหรือการขับออกไม่เพียงพอ

           2.        การตกผลึกในข้อ: กรดยูริกตกผลึกเป็นยูเรตและสะสมในข้อ ทำให้เกิดการอักเสบ

           3.        ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนอง: เซลล์เม็ดเลือดขาวพยายามกำจัดผลึก ทำให้เกิดอาการปวดและบวม

           4.        ไตทำงานผิดปกติ: ไตไม่สามารถขับกรดยูริกออกได้เพียงพอ ทำให้สะสมในร่างกาย

           5.        พันธุกรรมและโรคประจำตัว: ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรมหรือการมีโรคเรื้อรัง

 

การป้องกันและดูแลตัวเอง

 

แม้ว่าโรคเก๊าท์จะเกิดจากกลไกภายในร่างกายที่เราไม่สามารถควบคุมได้ทั้งหมด แต่การปรับพฤติกรรมการกิน เช่น ลดอาหารที่มีพิวรีนสูง และดูแลสุขภาพโดยรวม เช่น การออกกำลังกายและดื่มน้ำมากๆ จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเก๊าท์ได้ครับ

 

หากคุณมีอาการปวดข้อแบบเฉียบพลันและสงสัยว่าอาจเป็นโรคเก๊าท์ อย่ารอช้า รีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสมนะครับ!

 

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์

ปรึกษาปัญหากระดูกและข้อได้ที่ line ID @doctorkeng ไม่เสียค่าใช้จ่าย

 https://page.line.me/vjn2149j?openQrModal=tru

 

#โรคเก๊าท์ #กลไกการเกิดเก๊าท์ #สุขภาพข้อ #การสะสมกรดยูริก #ดูแลข้อ #ปวดข้อ #ความผิดปกติไต #พันธุกรรม #การป้องกันเก๊าท์

Comments

Popular posts from this blog

"ยาแก้เก๊าท์" กินอย่างไรให้หาย โรคสงบ และไม่พังพินาศเพราะผลข้างเคียง

เก๊าท์ลงไต" ฝันร้ายที่คนกรดยูริกสูงกลัวที่สุด—ทำยังไงไม่ให้ฟอกไตในอนาคต?

การรักษาโรคเก๊า: มียาอะไรบ้าง และเลือกใช้อย่างไรที่เหมาะสมกับคนไข้โรคเก๊าท์ ทุกวันนี้ท่านได้ใช้ยาลดกรดยูริกอย่างถูกต้องหรือไม่?