สาเหตุของโรคเก๊าท์: ทำไมร่างกายถึงเกิดภาวะนี้?

สาเหตุของโรคเก๊าท์: ทำไมร่างกายถึงเกิดภาวะนี้?

หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ “โรคเก๊าท์” แต่ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร วันนี้เราจะมาคุยกันถึงสาเหตุของโรคนี้ในแบบที่เข้าใจง่ายๆ และอ่านสบายๆ ให้ทุกคนรู้จักและเข้าใจโรคเก๊าท์มากขึ้นกันครับ

โรคเก๊าท์คืออะไร?

โรคเก๊าท์เป็นโรคข้ออักเสบชนิดหนึ่งที่เกิดจากการสะสมของ กรดยูริก ในร่างกาย กรดยูริกเป็นของเสียที่ร่างกายสร้างขึ้นเมื่อเราย่อยอาหารที่มี พิวรีน (purine) ซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่พบในอาหารหลายชนิด เมื่อกรดยูริกสะสมมากเกินไปในเลือด มันจะตกผลึกเป็นเกลือแข็งๆ ตามข้อต่างๆ ทำให้เกิดการอักเสบ บวม และปวดอย่างรุนแรง

ทำไมร่างกายถึงมีกรดยูริกมากเกินไป?

สาเหตุหลักของการมีกรดยูริกสะสมมากเกินไปในร่างกายมีหลายปัจจัย เช่น:

1. การกินอาหารที่มีพิวรีนสูง: อาหารบางชนิด เช่น เนื้อแดง อาหารทะเล เครื่องในสัตว์ รวมถึง เบียร์และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ล้วนมีพิวรีนสูง เมื่อเรากินอาหารเหล่านี้มากๆ ร่างกายจะผลิตกรดยูริกเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจทำให้เกิดการสะสมและกลายเป็นโรคเก๊าท์ได้

2. การทำงานของไต: ไตของเรามีหน้าที่ขับกรดยูริกออกจากร่างกายผ่านทางปัสสาวะ หากไตทำงานไม่ดีหรือมีปัญหาในการขับกรดยูริกออก กรดยูริกก็จะสะสมในเลือดและทำให้เกิดโรคเก๊าท์

3. กรรมพันธุ์: ถ้าในครอบครัวของคุณมีคนที่เคยเป็นโรคเก๊าท์ โอกาสที่คุณจะเป็นก็จะสูงขึ้น เพราะโรคเก๊าท์สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้

4. ภาวะอ้วนและน้ำหนักเกิน: คนที่มีน้ำหนักเกินหรืออ้วนจะมีโอกาสเกิดโรคเก๊าท์มากขึ้น เนื่องจากการมีน้ำหนักเกินทำให้ร่างกายผลิตกรดยูริกมากขึ้น และยังทำให้ไตทำงานได้ไม่เต็มที่ในการขับกรดยูริกออกจากร่างกาย

5. โรคเรื้อรัง: บางคนที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคไต มีโอกาสที่จะเป็นโรคเก๊าท์ได้มากกว่า เพราะโรคเหล่านี้มีผลต่อการทำงานของไตและการขับกรดยูริกออกจากร่างกาย

เราจะทำอย่างไรได้บ้าง?

แม้โรคเก๊าท์จะฟังดูน่ากังวล แต่การป้องกันและลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเก๊าท์สามารถทำได้ง่ายๆ ดังนี้:

• ลดการกินอาหารที่มีพิวรีนสูง เช่น เนื้อแดง อาหารทะเล และเครื่องในสัตว์ ไม่ใช่งดนะครับ

• ดื่มน้ำเปล่ามากๆ เพื่อช่วยในการขับกรดยูริกออกจากร่างกาย

• ออกกำลังกายและควบคุมน้ำหนักเพื่อให้ไตทำงานได้ดีขึ้น

• หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป

สรุป

โรคเก๊าท์เกิดจากการสะสมของกรดยูริกในร่างกาย ซึ่งมาจากการกินอาหารที่มีพิวรีนสูง การทำงานของไตที่ไม่เต็มที่ และปัจจัยอื่นๆ เช่น กรรมพันธุ์และโรคประจำตัว แม้ว่าโรคนี้จะสร้างความเจ็บปวดให้กับข้อ แต่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและการดูแลสุขภาพสามารถช่วยลดความเสี่ยงและบรรเทาอาการได้มากมายครับ

หากคุณหรือคนรอบข้างมีอาการปวดข้ออย่างเฉียบพลันและรุนแรง อย่าลืมรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการดูแลอย่างเหมาะสมนะครับ!

#โรคเก๊าท์ #สาเหตุของเก๊าท์ #สุขภาพข้อ #ลดกรดยูริก #ดูแลสุขภาพ #ปวดข้อ #กินอย่างไรให้ห่างไกลเก๊าท์ #รักข้ออย่าละเลย #หมอเก่งกระดูกและข้อ

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์

ปรึกษาปัญหากระดูกและข้อได้ที่ line ID @doctorkeng ไม่เสียค่าใช้จ่าย

https://page.line.me/vjn2149j?openQrModal=tru

Comments

Popular posts from this blog

"ยาแก้เก๊าท์" กินอย่างไรให้หาย โรคสงบ และไม่พังพินาศเพราะผลข้างเคียง

เก๊าท์ลงไต" ฝันร้ายที่คนกรดยูริกสูงกลัวที่สุด—ทำยังไงไม่ให้ฟอกไตในอนาคต?

การรักษาโรคเก๊า: มียาอะไรบ้าง และเลือกใช้อย่างไรที่เหมาะสมกับคนไข้โรคเก๊าท์ ทุกวันนี้ท่านได้ใช้ยาลดกรดยูริกอย่างถูกต้องหรือไม่?