กินยา "อัลโลพิวรินอล" มาเป็นเดือน ทำไมยังปวดเก๊าท์ไม่หาย?

 



กินยา "อัลโลพิวรินอล" มาเป็นเดือน ทำไมยังปวดเก๊าท์ไม่หาย?

“หมอครับ ผมกินยาเม็ดขาวๆ ที่หมอให้มาลดกรดยูริก (Allopurinol) มาเกือบเดือนแล้ว ทำไมมันยังไม่หายปวดสักที บางวันเหมือนจะปวดหนักกว่าเดิมด้วยซ้ำ ยามันไม่ถูกโรคหรือเปล่าครับ?”

คำถามนี้มาจากคนไข้ท่านหนึ่งที่เดินกะเผลกเข้ามาหาผมด้วยความสงสัยครับ เขาเข้าใจว่ายาตัวนี้คือ “ยาแก้ปวด” ที่ยิ่งกิน อาการปวดต้องยิ่งหาย แต่ความจริงที่น่าตกใจก็คือ ยาลดกรดยูริกไม่ใช่ยาแก้ปวด และในช่วงแรกที่กิน มันอาจจะทำให้คุณ “ปวดเพิ่มขึ้น” ได้ด้วยซ้ำถ้าจัดการไม่ถูกวิธี

ผมอยากให้ลองจินตนาการถึง “สนิมที่เกาะแน่นอยู่ในท่อนา” นะครับ การกินยาลดกรดยูริกเหมือนเรากำลังเอาน้ำยาไปชะล้างสนิมเหล่านั้นออก ซึ่งในจังหวะที่สนิมมันหลุดลอกออกมานั่นแหละครับ มันจะทำให้เกิดการระคายเคืองและอักเสบขึ้นมาได้


ทำไมกินยาลดกรดยูริกแล้วยังปวด?

สำหรับคนที่เป็นโรคเก๊าท์ สาเหตุเกิดจากการที่ร่างกายมี “กรดยูริก” ในเลือดสูงเกินไป จนมันไปตกตะกอนเป็นผลึกแหลมคม (คล้ายเข็มเล็กๆ) อยู่ตามข้อต่อครับ

  • ความจริงของยา Allopurinol: ยาตัวนี้ทำหน้าที่ “กดการสร้างกรดยูริก” เพื่อให้ระดับในเลือดต่ำลง เมื่อระดับเลือดต่ำลง ร่างกายจะไปดึงเอาผลึกที่เคยพอกอยู่ตามข้อออกมาละลายทิ้ง
  • ช่วง "ละลายผลึก" คือช่วงอันตราย: ในขณะที่ผลึกเก่าๆ กำลังละลาย มันจะแตกตัวออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย และไปกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้เกิดการอักเสบเฉียบพลันได้ หมอเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า Mobilization Flare ครับ
  • ต้องกินนานเท่าไหร่?: โดยปกติอาการปวดเฉียบพลันจะดีขึ้นใน 1-2 สัปดาห์แรกหากมียาแก้ปวดร่วมด้วย แต่การจะ "คุมโรคให้สงบ" จนไม่กลับมาปวดอีกเลย อาจต้องใช้เวลาสะสมการกินยาต่อเนื่อง 6 เดือน ถึง 1 ปี เพื่อเคลียร์ผลึกสะสมออกให้หมดครับ

โรคเก๊าท์ (Gout) และการรักษาที่ถูกต้อง

  • กลไกการเกิดโรค: กรดยูริกที่สูงเกินไปมาจากการกิน (20%) และร่างกายสร้างเอง (80%) เมื่อมันเกินจุดที่เลือดจะรับได้ มันจะไปฝังตัวตามข้อเท้า ข้อนิ้วโป้งเท้า หรือเข่า
  • อาการแสดง: ปวด บวม แดง ร้อนอย่างรุนแรง มักเป็นที่ข้อเดียวในตอนแรก ถ้าปล่อยไว้นานจะกลายเป็น "ปุ่มโทฟัส" (ปุ่มขาวๆ ตามข้อ)
  • การตรวจวินิจฉัย: หมอจะเจาะเลือดดูระดับกรดยูริก (ปกติไม่ควรเกิน 6-7 mg/dL) และอาจมีการเอกซเรย์ดูว่ามีกระดูกโดนกัดกร่อนหรือยัง ในบางกรณีอาจต้องเจาะน้ำไขข้อไปส่องกล้องตรวจหาผลึกโดยตรง

แนวทางการรักษา: ยา 2 ประเภทที่ต้องแยกให้悦

คนไข้มักสับสนยา 2 กลุ่มนี้ครับ:

  1. ยาควบคุมอาการปวด (ยาแก้ปวด/Colchicine): กินเฉพาะตอนมีอาการปวด หรือกินป้องกันในช่วงแรกที่เริ่มยาลดกรด
  2. ยาคุมระดับยูริก (Allopurinol): ต้องกิน "ทุกวัน" ห้ามหยุดเองแม้จะหายปวดแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อถูกทำลายในระยะยาว

เทคนิคการฉีดยาด้วยอัลตราซาวด์: หากมีการปวดบวมน้ำในข้อมาก หมออาจใช้อัลตราซาวด์นำทางเพื่อดูตำแหน่งผลึกและดูดน้ำที่อักเสบออก พร้อมฉีดยาลดอักเสบเข้าจุดได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้คนไข้กลับมาเดินได้เร็วขึ้นครับ


พยากรณ์โรค: เก๊าท์หายขาดได้ไหม?

เก๊าท์เป็นโรคที่ "คุมได้จนเหมือนหายขาด" ครับ หากกินยาต่อเนื่องจนระดับยูริกต่ำกว่า 6 mg/dL นานพอ ผลึกในข้อจะละลายหมดไป ข้อจะไม่ถูกทำลาย และไม่ต้องกังวลเรื่องไตเสื่อมจากกรดยูริกสูง แต่ถ้ากินๆ หยุดๆ ยูริกจะแกว่ง และกระตุ้นให้ปวดซ้ำๆ จนกลายเป็นเก๊าท์เรื้อรังที่รักษายากกว่าเดิม

ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง: * นิ่วในไต และไตวายเรื้อรัง

  • โรคหลอดเลือดหัวใจและเส้นเลือดสมอง (เพราะการอักเสบไม่ได้อยู่แค่ที่ข้อ แต่อยู่ทั่วร่างกาย)

สรุป

การที่คุณกินยามา 1 เดือนแล้วยังปวดอยู่ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ครับ แต่อาจหมายความว่าระดับการอักเสบในข้อของคุณยังสูงอยู่ หรือยังไม่มี "ยาแก้ปวด" ที่เหมาะสมกินควบคู่ไปในช่วงแรก

คำแนะนำคือ: ห้ามหยุดยา Allopurinol เองเด็ดขาด! เพราะจะยิ่งทำให้ระดับยูริกแกว่งและปวดไม่จบสิ้น ให้รีบกลับไปปรึกษาคุณหมอเพื่อขอยาแก้ปวดหรือยาคุมอาการอักเสบ (เช่น Colchicine) มาทานร่วมด้วยในช่วงนี้ครับ


บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#เก๊าท์ #ปวดข้อ #กรดยูริกสูง #Allopurinol #อัลโลพิวรินอล #หมอเก่ง #รักษาเก๊าท์ #ปวดเท้า #สุขภาพผู้สูงอายุ #ไตวายจากเก๊าท์


References

  1. FitzGerald JD, et al. (2020). *2020 American College of Rheumatology Guideline for the Management of Gout.*Arthritis Care & Research. (แนวทางหลักสากลที่แนะนำการใช้ยาลดกรดยูริกควบคู่กับยาป้องกันอาการปวดในช่วงแรก)
  2. Bursill D, et al. (2019). Gout, Hyperuricaemia and Crystal-Associated Arthropathies. Oxford Textbook of Rheumatology. (อธิบายกลไกการเกิด Mobilization Flare เมื่อเริ่มยาลดกรดยูริก)
  3. Hui M, et al. (2017). The British Society for Rheumatology Guideline for the Management of Gout. Rheumatology. (ข้อมูลเรื่องระยะเวลาการกินยาเพื่อละลายผลึกสะสม)
  4. Dalbeth N, et al. (2021). Gout. Nature Reviews Disease Primers. (รายละเอียดพยาธิสภาพของผลึกยูริกและการอักเสบในข้อ)
  5. Becker MA, et al. (2023). *Pharmacologic urate-lowering therapy and prophylaxis of attacks in patients with gout.*UpToDate. (ข้อมูลอัปเดตล่าสุดเรื่องการบริหารยาลดกรดและยาป้องกันอาการกำเริบ)

Comments

Popular posts from this blog

"ยาแก้เก๊าท์" กินอย่างไรให้หาย โรคสงบ และไม่พังพินาศเพราะผลข้างเคียง

เก๊าท์ลงไต" ฝันร้ายที่คนกรดยูริกสูงกลัวที่สุด—ทำยังไงไม่ให้ฟอกไตในอนาคต?

การรักษาโรคเก๊า: มียาอะไรบ้าง และเลือกใช้อย่างไรที่เหมาะสมกับคนไข้โรคเก๊าท์ ทุกวันนี้ท่านได้ใช้ยาลดกรดยูริกอย่างถูกต้องหรือไม่?