ปวดข้อจนไตพัง! คนเป็นเก๊าท์ 100 คน จะมีปัญหาไตไปแล้วกี่คน? รู้ทันก่อนสายเกินแก้

 


ปวดข้อจนไตพัง! คนเป็นเก๊าท์ 100 คน จะมีปัญหาไตไปแล้วกี่คน? รู้ทันก่อนสายเกินแก้


“คุณหมอครับ ผมแค่ปวดนิ้วโป้งเท้าบ่อย ๆ ทำไมตรวจเลือดคราวนี้ หมอบอกว่าไตผมเริ่มเสื่อมแล้วล่ะ?”

นี่คือคำถามที่ผมพบบ่อยมากในห้องตรวจครับ คนไข้หลายคนเข้าใจว่า "เก๊าท์" เป็นแค่เรื่องของอาการปวดข้อที่กินยาแก้ปวดก็หาย แต่ความจริงที่น่าตกใจคือ "ผลึกยูริก" ไม่ได้เกาะอยู่แค่ที่ข้อต่อครับ แต่มันเดินทางไปสะสมที่ "ไต" ของเราด้วย

คุณสมชาย (นามสมมติ) อายุ 55 ปี เป็นเก๊าท์มานานกว่า 10 ปี ทุกครั้งที่ปวดเขาก็จะไปหาซื้อยาแก้ปวดชนิดแรงทานเอง พอหายก็กลับไปทานปลาซิว ทานเครื่องใน เลี้ยงฉลองเหมือนเดิม จนกระทั่งวันหนึ่งมีอาการเท้าบวมผิดปกติและเพลียมาก เมื่อมาตรวจพบว่าค่าการทำงานของไต (eGFR) เหลือเพียง 30% หรือเข้าสู่ภาวะไตเสื่อมระยะที่ 3 ทั้งที่เขาไม่มีโรคความดันหรือเบาหวานมาก่อนเลย


คนเป็นเก๊าท์ เสี่ยงไตวายกี่เปอร์เซ็นต์?

จากการศึกษาทางการแพทย์พบตัวเลขที่น่ากังวลมากครับ:

  • คนไข้โรคเก๊าท์ประมาณ 40-60% มักจะมีภาวะโรคไตเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease) ร่วมด้วยในระดับใดระดับหนึ่ง
  • คนที่เป็นเก๊าท์ มีโอกาสเกิดภาวะไตวายเรื้อรังมากกว่าคนปกติถึง 2-3 เท่า
  • นิ่วในไต: ประมาณ 10-25% ของคนเป็นเก๊าท์ จะตรวจพบนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งเกิดจากผลึกยูริกไปตกตะกอน และนิ่วนี่แหละครับที่เป็นตัวการสำคัญทำให้ไตอักเสบและวายในที่สุด

ทำไมเก๊าท์ถึงทำร้ายไต? (ภาษาชาวบ้าน)

ลองจินตนาการว่า กรดยูริก เหมือนกับ "เศษแก้วเล็ก ๆ" ที่ลอยอยู่ในกระแสเลือดครับ

  1. การอุดตันทางกายภาพ: ไตมีหน้าที่กรองเลือด เมื่อกรดยูริกสูงเกินไป ไตกรองออกไม่หมด มันจะไปตกตะกอนเป็นผลึกแหลม ๆ อุดตันในท่อไตเล็ก ๆ เหมือนท่อน้ำที่มีทรายไปกระจุกตัวอยู่
  2. การอักเสบเรื้อรัง: ผลึกเหล่านี้จะทิ่มแทงเนื้อเยื่อไต ทำให้เกิดการอักเสบตลอดเวลา จนเนื้อไตที่เคยนุ่มนิ่มกลายเป็น "พังผืด" และทำงานไม่ได้
  3. พิษจากยาแก้ปวด: อันนี้น่ากลัวที่สุดครับ คนไข้เก๊าท์ที่ซื้อยาแก้ปวดกลุ่ม "ไม่มีสเตียรอยด์" (เช่น ยาเม็ดสีชมพู หรือยาชุด) มาทานเองต่อเนื่องนาน ๆ ยาเหล่านี้มีพิษต่อไตโดยตรง ทำให้ไตวายเฉียบพลันได้

แนวทางการตรวจและการป้องกัน

หากคุณเป็นเก๊าท์ หมอแนะนำว่าอย่าดูแค่ "ค่ากรดยูริก" อย่างเดียวครับ สิ่งที่คุณต้องตรวจคือ:

  • ตรวจเลือด (BUN, Creatinine): เพื่อดูค่าการกรองของไต (eGFR)
  • ตรวจปัสสาวะ: ดูว่ามีผลึกยูริก หรือมีโปรตีนรั่ว (ไข่ขาว) ออกมาไหม
  • อัลตราซาวด์ (Ultrasound): ดูว่ามีนิ่วในไตหรือในท่อไตหรือไม่

5 วิธีป้องกัน "ไตพัง" จากโรคเก๊าท์

  1. คุมระดับยูริกให้ต่ำกว่า 6 mg/dL: นี่คือ "ตัวเลขทองคำ" ครับ ถ้าคุมได้ต่ำกว่านี้ ผลึกที่เคยสะสมในไตจะค่อย ๆ ละลายออกไปเอง
  2. ดื่มน้ำให้มาก (2-3 ลิตรต่อวัน): น้ำคือตัวทำละลายที่ดีที่สุด ช่วยเจือจางกรดยูริกและป้องกันการเกิดนิ่วในไต
  3. เลี่ยงยาแก้ปวดที่อันตรายต่อไต: หากปวดข้อ ให้ปรึกษาแพทย์เพื่อใช้ยาที่ปลอดภัย หรือใช้ยาเฉพาะทางสำหรับเก๊าท์ แทนการซื้อยาชุดหรือยาแก้ปวดแรง ๆ ทานเอง
  4. คุมอาหารพิวรีนสูงอย่างเคร่งครัด: เลี่ยงปลาตัวเล็ก (ปลาซิว/ปลาไส้ตัน), เครื่องในสัตว์, สัตว์ปีก และที่สำคัญคือ "เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์"
  5. อย่าปล่อยให้ความดันสูง: ความดันโลหิตสูงกับโรคไตเป็นเหมือนเพื่อนสนิทกัน ถ้าคุมความดันไม่ได้ ไตจะวายเร็วขึ้นเป็น 2 เท่า

พยากรณ์โรค: ไตวายจากเก๊าท์รักษาหายไหม?

ภาวะไตเสื่อมหากเป็นระยะแรก ๆ (ระยะ 1-2) และเราสามารถคุมระดับกรดยูริกได้ดี รวมถึงหยุดใช้ยาที่เป็นพิษต่อไต ค่าไตมักจะคงที่หรือดีขึ้นได้ครับ

แต่หากปล่อยจนถึงระยะที่ 4 หรือ 5 ที่เนื้อไตกลายเป็นพังผืดไปหมดแล้ว การรักษาจะทำได้เพียงประคับประคองเพื่อชะลอการฟอกไตเท่านั้น ดังนั้น "การป้องกันดีกว่าการรักษาแน่นอนครับ"


สรุป

โรคเก๊าท์ไม่ใช่แค่เรื่องปวดข้อ แต่คือโรคของระบบเผาผลาญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อไต คนไข้เก๊าท์กว่าครึ่งมีปัญหาไตซ่อนอยู่ การพบแพทย์เพื่อรับยาละลายผลึกยูริกอย่างต่อเนื่อง และการดื่มน้ำให้เพียงพอ คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยรักษา "ไต" ของคุณไว้ได้ตลอดชีวิตครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#โรคเก๊าท์ #ไตวาย #นิ่วในไต #กรดยูริก #สุขภาพไต #ปวดข้อ #หมอเก่ง #เช็กค่าไต #ยาแก้ปวด #ป้องกันไตเสื่อม


References

  1. Bardin T, et al. (2022). Gout and the kidney. Joint Bone Spine. (สรุป: งานวิจัยที่อธิบายความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดระหว่างโรคเก๊าท์และภาวะโรคไตเรื้อรัง)
  2. Kuo CF, et al. (2016). Gout and risk of chronic kidney disease and end-stage renal disease. Rheumatology. (สรุป: ข้อมูลสถิติความเสี่ยงที่คนไข้เก๊าท์จะพัฒนาไปสู่ภาวะไตวายระยะสุดท้าย)
  3. Singh JA, et al. (2020). 2020 American College of Rheumatology Guideline for the Management of Gout. Arthritis & Rheumatology. (สรุป: แนวทางการรักษาเก๊าท์สากลที่เน้นการลดกรดยูริกเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่ไต)
  4. Mallat SG, et al. (2018). Hyperuricemia, Gout, and the Kidney. Kidney International Reports. (สรุป: อธิบายกลไกทางพยาธิวิทยาว่ากรดยูริกทำลายเนื้อเยื่อไตได้อย่างไร)
  5. Yanai H, et al. (2021). Hyperuricemia and Chronic Kidney Disease. Journal of Clinical Medicine Research. (สรุป: งานวิจัยล่าสุดเกี่ยวกับความสำคัญของการคุมระดับยูริกเพื่อชะลอความเสื่อมของไต)
  6. Roughley, M. J., et al. (2015). Gout and risk of chronic kidney disease and nephrolithiasis: meta-analysis of observational studies. Arthritis Research & Therapy. คำอธิบาย: ผลการวิเคราะห์อภิมาน (Meta-analysis) ยืนยันว่าผู้ป่วยเก๊าท์มีความเสี่ยงสัมพัทธ์ (Relative Risk) ในการเกิดโรคไตเรื้อรังสูงกว่าคนทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยค่าสถิติส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ 2 เท่าขึ้นไป

Comments

Popular posts from this blog

"ยาแก้เก๊าท์" กินอย่างไรให้หาย โรคสงบ และไม่พังพินาศเพราะผลข้างเคียง

เก๊าท์ลงไต" ฝันร้ายที่คนกรดยูริกสูงกลัวที่สุด—ทำยังไงไม่ให้ฟอกไตในอนาคต?

การรักษาโรคเก๊า: มียาอะไรบ้าง และเลือกใช้อย่างไรที่เหมาะสมกับคนไข้โรคเก๊าท์ ทุกวันนี้ท่านได้ใช้ยาลดกรดยูริกอย่างถูกต้องหรือไม่?