เป็นเก๊าท์กินปลาอะไรได้บ้าง? "ปลาทะเล vs ปลาน้ำจืด" ชนิดไหนปลอดภัย ชนิดไหนต้องหนีให้ไกล
เป็นเก๊าท์กินปลาอะไรได้บ้าง? "ปลาทะเล vs ปลาน้ำจืด" ชนิดไหนปลอดภัย ชนิดไหนต้องหนีให้ไกล
"หมอคะ ป้าไม่กล้ากินปลาเลยค่ะ เห็นเขาบอกว่าเป็นสัตว์ปีกแสลง แต่ปลาทูเขาก็ว่าห้ามกิน สรุปป้ากินอะไรได้บ้างคะเนี่ย?"
นี่คือเสียงบ่นปนความน้อยใจของคนไข้หลายคนที่เดินเข้ามาในห้องตรวจของหมอครับ ความเชื่อเรื่องอาหารแสลงกับโรคเก๊าท์ เป็นเรื่องที่สร้างความสับสนและทรมานใจให้กับคนไข้มากที่สุดเรื่องหนึ่ง
บางคนกลัวจนไม่กล้ากินอะไรเลยนอกจากไข่ต้มกับผักกาดขาว จนร่างกายขาดสารอาหาร กล้ามเนื้อฝ่อลีบ ไม่มีแรงเดิน ทั้งที่ความจริงแล้ว "คนเป็นเก๊าท์กินปลาได้ครับ" และควรต้องกินด้วยเพื่อเสริมสร้างโปรตีน แต่
ความลับมันอยู่ที่ "ชนิดของปลา" และ "วิธีปรุง" ครับ
วันนี้หมอจะพาไปเจาะลึกแบบหมดเปลือก แยกกันให้ชัดๆ ระหว่างปลาทะเลและปลาน้ำจืด ว่าตัวไหนคือมิตรแท้ และตัวไหนคือศัตรูที่ต้องระวัง สำหรับคนที่มีกรดยูริกสูงครับ
เรื่องเล่าจาก "ป้าอารีย์" กับเมนูน้ำพริกปลาทู
ขอเล่าเรื่องเคสหนึ่งที่น่าสนใจครับ ป้าอารีย์ (นามสมมติ) อายุ 65 ปี เป็นคนรักสุขภาพมาก ป้าเป็นเก๊าท์มาหลายปี แต่ก็คุมอาหารอย่างเคร่งครัด งดไก่ งดเครื่องใน งดยอดผัก แต่สิ่งที่ป้าอารีย์ขาดไม่ได้คือ "น้ำพริกปลาทู" คู่กับผักต้ม ป้าทานเมนูนี้แทบทุกวัน เพราะเชื่อว่าปลาทูเป็นปลาที่มีประโยชน์ ราคาไม่แพง และย่อยง่าย
แต่ปรากฏว่า ค่ากรดยูริกของป้าอารีย์ไม่เคยลดลงต่ำกว่า 8 มก./ดล. เลย แถมยังมีอาการปวดตุบๆ ที่ข้อนิ้วโป้งเท้าบ่อยๆ จนป้าเริ่มท้อใจ คิดว่ายาที่หมอให้มันไม่ได้ผล
พอหมอซักประวัติละเอียดจนเจอว่าป้าทานปลาทู (ซึ่งเป็นกลุ่ม Mackerel) เป็นประจำ หมอเลยแนะนำให้ป้าลองเปลี่ยนชนิดปลาดูครับ จากปลาทู เป็น "ปลาทับทิมนึ่ง" หรือ "ปลากะพงลวกจิ้ม" แทน ผ่านไป 2 เดือน ป้าอารีย์กลับมาด้วยรอยยิ้ม ค่ากรดยูริกลดลง อาการปวดหายไป โดยไม่ต้องเพิ่มยาเลยครับ
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า "ปลาเหมือนกัน แต่ฤทธิ์เดชไม่เหมือนกัน" ครับ
ความจริงเรื่อง "ปลา" กับ "พิวรีน" ที่คุณต้องรู้
ก่อนจะไปดูรายชื่อปลา หมอขอปูพื้นฐานนิดเดียวนะครับ โรคเก๊าท์เกิดจากกรดยูริกสูง ซึ่งมาจากการเผาผลาญสาร "พิวรีน" (Purine) ในอาหาร
หลักการง่ายๆ ในการเลือกปลาคือ:
- ปลาเนื้อขาว ปลอดภัยกว่า ปลาเนื้อแดง: ปลาเนื้อขาวมักมีปริมาณพิวรีนต่ำกว่า
- ปลาตัวใหญ่ ปลอดภัยกว่า ปลาตัวเล็ก: เพราะปลาตัวเล็กเรามักกินทั้งกระดูกและเครื่องใน ซึ่งเป็นแหล่งสะสมพิวรีน
- หนังปลาและไขมัน คือแหล่งสะสม: การลอกหนังออกช่วยลดพิวรีนได้ส่วนหนึ่ง
ทีนี้เรามาดูกันชัดๆ เลยครับว่า ปลาชนิดไหนอยู่กลุ่มไหนบ้าง
กลุ่มที่ 1: โซนปลอดภัย (Low to Moderate Purine) ทานได้สบายใจกลุ่มนี้มีสารพิวรีนในระดับที่รับได้ หากทานในปริมาณที่เหมาะสม (ประมาณ 1 ฝ่ามือ หรือ 3-4 ช้อนโต๊ะต่อมื้อ) จะไม่กระตุ้นให้เก๊าท์กำเริบครับ
🐟 ปลาน้ำจืด (พระเอกของงาน) ปลาน้ำจืดส่วนใหญ่จัดว่าเป็นมิตรกับคนเป็นเก๊าท์มากครับ หาซื้อง่าย ราคาประหยัด และพิวรีนไม่สูง
- ปลานิล / ปลาทับทิม: นี่คือสุดยอดปลาคู่ใจคนไทย เนื้อขาว ย่อยง่าย พิวรีนต่ำ หาซื้อได้ทั่วไป เมนูแนะนำคือ ปลานิลนึ่งมะนาว หรือปลาทับทิมเผาเกลือ (ลอกหนังออกตอนกิน)
- ปลาช่อน: ปลาเนื้อแน่น ไขมันต่ำ เหมาะสำหรับทำแกงส้ม หรือต้มยำน้ำใส (อย่าซดน้ำเยอะ)
- ปลาดุก: ทานได้ครับ แต่แนะนำให้ "ลอกหนัง" ออก และเลือกวิธี "ย่าง" ให้ไขมันหยดออก หรือนำมาทำแกงเลียง แกงป่า
- ปลาเนื้ออ่อน: ทานได้ครับ แต่อย่าทอดจนกรอบแล้วกินทั้งก้าง ให้กินเฉพาะเนื้อ
🌊 ปลาทะเล (เลือกให้ถูก ก็ทานได้) หลายคนกลัวของทะเล แต่ปลาทะเลเนื้อขาวเหล่านี้ ทานได้ครับ
- ปลากะพงขาว (Sea Bass): เนื้อขาว นุ่ม อร่อย พิวรีนไม่สูง เป็นเมนูขึ้นโต๊ะที่ทานได้สบายๆ ไม่ว่าจะนึ่งซีอิ๊ว หรือทำข้าวต้ม
- ปลาเก๋า (Grouper): เนื้อแน่น ขาวสะอาด เหมาะทำข้าวต้มปลา หรือลวกจิ้ม
- ปลาจาระเม็ดขาว: เนื้อละเอียด ย่อยง่าย ดีต่อผู้สูงอายุ
- ปลาลิ้นหมา / ปลาตาเดียว: อาจหาทานยากหน่อย แต่ปลอดภัยสูงครับ
กลุ่มที่ 2: โซนระวัง (Moderate to High Purine) ทานได้...แต่นานๆ ทีกลุ่มนี้มีประโยชน์สูง โดยเฉพาะโอเมก้า-3 แต่ก็มีพิวรีนแฝงอยู่พอสมควร ถ้าช่วงไหนยูริกสูง หรือกำลังปวดข้อ ให้งดไปก่อนครับ
- ปลาแซลมอน: ขวัญใจมหาชน แม้จะมีไขมันดีสูง แต่จัดอยู่ในกลุ่มพิวรีนปานกลาง ทานได้สัปดาห์ละ 1 ครั้ง และไม่ควรทานหนังเยอะ
- ปลาทูน่า: โดยเฉพาะทูน่ากระป๋องในน้ำมัน หรือทูน่าเนื้อแดงสด มีพิวรีนสูงกว่าปลาเนื้อขาว
- ปลาโอ / ปลาอินทรี: เนื้อแน่น สีเข้ม มีเลือดเยอะ แปลว่ามีพิวรีนเยอะตามไปด้วย
**กลุ่มที่ 3: โซนอันตราย (Very High Purine) ควรเลี่ยงหรือทานให้น้อยที่สุด!**นี่คือกลุ่มที่คนเป็นเก๊าท์ต้องกาหัวไว้เลยครับ โดยเฉพาะช่วงที่มีอาการ หรือช่วงที่คุมยูริกไม่ได้
- ปลาทู (Mackerel): ทั้งปลาทูสดและปลาทูนึ่ง รวมถึงปลาซาบะ (Mackerel family) จัดเป็นปลาที่มีพิวรีนสูงครับ น้ำพริกปลาทูที่แสนอร่อย อาจต้องจำกัดปริมาณ ทานแค่ครึ่งตัวพอให้หายอยาก ไม่ใช่ทานทีละ 2-3 ตัว
- ปลาซาร์ดีน: หรือ "ปลากระป๋อง" ในซอสมะเขือเทศ พิวรีนสูงมากครับ
- ปลาไส้ตัน / ปลากะตัก (Anchovies): ปลาตัวเล็กๆ ที่เอามาทอดกรอบ หรือใส่ในส้มตำ หรือทำเป็นปลาป่นโรยข้าว กินทั้งตัว ทั้งหัว ทั้งเครื่องใน พิวรีนพุ่งกระฉูดแน่นอน
- ไข่ปลาทุกชนิด: ไม่ว่าจะเป็นไข่ปลาเรียวเซียว ไข่ปลาสลิด หรือไข่ปลาหมึก คือแหล่งสะสมพิวรีนชั้นยอด เลี่ยงได้เลี่ยงครับ
เทคนิคการปรุงอาหาร: เปลี่ยน "ร้าย" ให้กลายเป็น "ดี"
นอกจากชนิดปลาแล้ว วิธีทำอาหารสำคัญกว่า 50% ครับ หมอมีเคล็ดลับง่ายๆ มาฝาก:
- ต้มและนึ่ง คือ The Best: การต้มหรือนึ่ง จะทำให้สารพิวรีนบางส่วน "ละลายออกมาอยู่ในน้ำแกง" ทำให้เนื้อปลามีพิวรีนลดลง
- กฎเหล็ก: "กินเนื้อ...ทิ้งน้ำ": ข้อนี้สำคัญมากครับ! หลายคนชอบซดน้ำซุปต้มยำปลา หรือน้ำแกงป่าจนเกลี้ยงถ้วย นั่นเท่ากับคุณซดสารพิวรีนที่ละลายออกมาเข้าไปเต็มๆ ให้กินเนื้อปลา ส่วนน้ำแกงซดแค่พอคล่องคอพอครับ
- เลี่ยงการทอด: น้ำมันที่ใช้ทอดจะไปเคลือบผิวปลา กักเก็บพิวรีนไว้ข้างใน และไขมันจากการทอดจะไปขัดขวางการขับยูริกของไต ทำให้ยูริกค้างในร่างกายนานขึ้น
แนวทางการตรวจรักษาและการดูแลตัวเอง
ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าตอนนี้ตัวเองกินปลาได้แค่ไหน หรือมีอาการปวดข้อที่สงสัยว่าเป็นเก๊าท์ หมอแนะนำตามนี้ครับ
- การตรวจวินิจฉัย:
- เจาะเลือด: เพื่อดูค่ากรดยูริก (Uric Acid)
- เอกซเรย์ (X-ray): ดูความเสียหายของกระดูกในรายที่เป็นเรื้อรัง
- อัลตราซาวด์ (Ultrasound): ปัจจุบันเราใช้เครื่องอัลตราซาวด์ตรวจดูที่ข้อได้เลยครับ จะเห็นผลึกยูริกเกาะที่ผิวกระดูกอ่อนชัดเจน โดยไม่ต้องเจาะน้ำในข้อให้เจ็บตัว วิธีนี้ช่วยวางแผนการรักษาได้แม่นยำมาก
- การรักษา:
- ปรับพฤติกรรม: เลือกกินปลาเนื้อขาว ลดปลาเนื้อแดง/ปลาตัวเล็ก ดื่มน้ำเยอะๆ
- ยา: หากคุมอาหารแล้วยูริกยังสูง หรือปวดบ่อย จำเป็นต้องทานยาลดกรดยูริกต่อเนื่อง เพื่อละลายผลึกเกลือที่สะสมอยู่
- การฉีดยา: หากปวดเฉียบพลัน การฉีดยาลดอักเสบโดยใช้อัลตราซาวด์นำวิถี (Ultrasound-guided injection) จะช่วยให้ยาเข้าตรงจุด อาการดีขึ้นไว และผลข้างเคียงน้อยครับ
บทสรุปจากหมอ
การเป็นโรคเก๊าท์ ไม่ได้หมายความว่าชีวิตจะหมดความสุขในการกินครับ คุณยังสามารถทานปลาได้ โดยให้ยึดหลัก "เน้นปลาขาว (ปลานิล/กะพง/ทับทิม) เบาปลาแดง (ทู/แซลมอน/ซาร์ดีน) แยงน้ำแกง (อย่าซดหมด)"
เพียงเท่านี้ คุณก็จะได้ทั้งโปรตีนดีๆ ไปซ่อมแซมร่างกาย และปลอดภัยจากอาการปวดข้อเก๊าท์แล้วครับ ลองเอาไปปรับใช้ดูนะครับ แล้วจะรู้ว่าอาหารสุขภาพอร่อยๆ ยังมีให้เลือกอีกเยอะ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng
#โรคเก๊าท์ #ปลาที่คนเป็นเก๊าท์กินได้ #ปลาทูเก๊าท์ #กรดยูริกสูง #อาหารโรคเก๊าท์ #ปลานิล #ปลากะพง #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดข้อกินอะไรดี #เก๊าท์ห้ามกินอะไร
References:
- Choi HK, Atkinson K, Karlson EW, Willett W, Curhan G. Purine-rich foods, dairy and protein intake, and the risk of gout in men. N Engl J Med. 2004;350(11):1093-1103.
- Zhang Y, Chen C, Choi H, et al. Purine-rich foods intake and recurrent gout attacks. Ann Rheum Dis. 2012;71(9):1448-1453.
- Dessein PH, Shipton EA, Stanwix AE, Joffe BI, Ramokgadi J. Beneficial effects of weight loss associated with moderate calorie/carbohydrate restriction, and increased proportional intake of protein and unsaturated fat on serum urate and lipoprotein levels in gout: a pilot study. Ann Rheum Dis. 2000;59(7):539-543.
- Kiyokawa H, et al. Impact of purine content in common foods on uric acid metabolism. Gout and Nucleic Acid Metabolism. 2016;40(1):15-25.
- Erickson, L. Gout-Friendly Fish: What to Eat and Avoid. Arthritis Foundation. Available from: https://www.arthritis.org.
Comments
Post a Comment