มีก้อนปูดที่เท้า (Tophi) แข็งเหมือนหิน... ต้องผ่าออกไหม? หรือมียาละลาย? ทางออกของคนเป็นเก๊าท์เรื้อรัง
มีก้อนปูดที่เท้า (Tophi) แข็งเหมือนหิน... ต้องผ่าออกไหม? หรือมียาละลาย? ทางออกของคนเป็นเก๊าท์เรื้อรัง
"หมอครับ... ไอ้ก้อนที่ปูดตรงนิ้วเท้าผมนี่ มันใหญ่ขึ้นทุกวัน ใส่รองเท้าก็ลำบาก แถมบางทีมีน้ำขาวๆ ไหลออกมาเหมือนชอล์ก ผมรำคาญมาก ผ่าทิ้งไปเลยจบๆ ได้ไหมครับ?"
นี่คือความอัดอั้นตันใจของคนไข้เก๊าท์ระยะ "Chronic Tophaceous Gout" หรือระยะที่มีก้อนโทฟัส (Tophi) สะสมครับ
จากเดิมที่เคยปวดแค่ชั่วครั้งชั่วคราว พอนานวันเข้า กรดยูริกที่ล้นเกินก็เริ่มจับตัวเป็นก้อนแข็งๆ เกาะกินตามข้อนิ้วเท้า ข้อศอก หรือตาตุ่ม จนผิดรูป
คำถามสำคัญคือ "ก้อนนี้รักษาหายไหม?" และ "ต้องเจ็บตัวผ่าตัดหรือเปล่า?" วันนี้หมอเก่งจะมาวางแผนการรักษาให้ฟังแบบชัดเจนครับ
1. ก้อนโทฟัส (Tophi) คืออะไร? ทำไมมันถึงมา?
ให้จินตนาการว่าร่างกายเราเหมือน "ถ้ำหินปูน" ครับ เมื่อกรดยูริกในเลือดสูงเกินไปเป็นเวลานาน (เกิน 10 ปีขึ้นไป) และไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง มันจะตกตะกอนสะสมทับถมกันไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นก้อนผลึกเกลือยูเรตขนาดใหญ่
ก้อนนี้ไม่เพียงแค่ทำให้ใส่รองเท้าลำบาก แต่ยัง "กัดกร่อนกระดูก" และ "ทำลายเส้นเอ็น" จนข้อต่อพังทลายได้ถ้าปล่อยทิ้งไว้
2. "ยา" คือพระเอก "มีดหมอ" คือตัวช่วย
ข่าวดีที่สุดที่หมออยากบอกคือ "ก้อนโทฟัส สามารถละลายหายไปได้ โดยไม่ต้องผ่าตัดครับ!" (ในกรณีส่วนใหญ่)
หลักการรักษาคือการ "ย้อนกระบวนการ" ครับ เหมือนเราเอาน้ำตาลก้อนหย่อนลงในน้ำ ถ้าเราทำให้น้ำเจือจางมากๆ น้ำตาลก้อนนั้นก็จะค่อยๆ ละลายหายไปเอง
สูตรการรักษาด้วยยา (Medical Management):
เป้าหมายต้องเข้มข้น: สำหรับคนทั่วไป ยูริก < 6 ถือว่าดี แต่สำหรับคนมีก้อน เราต้องกดให้ "ต่ำกว่า 5 mg/dL" ครับ
ทำไมต้องต่ำกว่า 5? : เพราะเป็นจุดที่ผลึกเกลือเก่าที่สะสมมาเป็น 10 ปี จะเริ่มละลายตัวออกมาสู่กระแสเลือด แล้วขับออกทางไต
ต้องใช้เวลา: ก้อนที่สะสมมา 10 ปี จะให้หายใน 10 วันเป็นไปไม่ได้ครับ ต้องกินยาควบคุมยูริกต่อเนื่อง 6 เดือน - 2 ปี ก้อนจะค่อยๆ นิ่มลง เล็กลง และยุบหายไปในที่สุด
ดังนั้น การรักษาหลักคือ "การกินยา" ไม่ใช่การผ่าตัดครับ
3. แล้ว "ผ่าตัด" ทำเมื่อไหร่? (Surgical Management)
คนไข้หลายคนใจร้อน อยากผ่าออกให้จบๆ ไป แต่หมอกระดูกส่วนใหญ่จะ "เลี่ยงการผ่าตัด" ก้อนเก๊าท์ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ครับ
เหตุผลที่ไม่ควรด่วนผ่า:
แผลหายยากมาก: ผิวหนังบริเวณก้อนเก๊าท์มักจะบางและเลือดไปเลี้ยงน้อย ผ่าไปแล้วแผลมักไม่ติด เย็บไม่ติด หรือกลายเป็นแผลเรื้อรัง
ผ่าแล้วก็งอกใหม่: ถ้าคุณผ่าก้อนออก แต่ไม่กินยาลดกรดยูริก อีกไม่กี่เดือนก้อนใหม่ก็จะงอกขึ้นมาที่เดิม (เหมือนตัดหญ้าแต่ไม่ถอนราก)
แต่... การผ่าตัดจะ "จำเป็น" ใน 4 กรณีนี้ครับ:
ก้อนแตกติดเชื้อ (Infection): มีหนองไหล มีการติดเชื้อลามเข้าข้อ ต้องรีบผ่าระบายหนองและล้างก้อนออกด่วน
กดทับเส้นประสาท/เส้นเอ็น: ก้อนใหญ่จนไปเบียดเส้นประสาททำให้ชา หรือขยับนิ้วไม่ได้
ใส่รองเท้าไม่ได้เลย: ก้อนใหญ่มากจนใช้ชีวิตประจำวันไม่ได้ หาซื้อรองเท้าใส่ไม่ได้ เดินแล้วเจ็บทุกก้าว
ยาเอาไม่อยู่: กินยาเต็มที่มาหลายปีแล้ว แต่ก้อนยังใหญ่เท่าเดิม (ซึ่งพบน้อยมาก)
4. ดูแลตัวเองอย่างไร เมื่อมีก้อนที่เท้า?
ในระหว่างที่เรารอกินยาให้ก้อนมันละลาย (ซึ่งใช้เวลาเป็นปี) ให้ดูแลดังนี้ครับ:
อย่าไปแคะ แกะ เกา: ผิวหนังบนก้อนจะบางมาก ถ้าไปแกะจนเป็นแผล เชื้อโรคจะเข้าทันที และรักษายากมาก
เปลี่ยนรองเท้า: หารองเท้าหน้ากว้าง (Wide toe box) หรือรองเท้าผ้าใบที่ยืดหยุ่นได้ อย่าฝืนใส่รองเท้าหนังแข็งๆ ที่บีบรัดก้อน
กินยาให้เป๊ะ: นี่คือหัวใจสำคัญ ห้ามขาดยา Allopurinol หรือ Febuxostat ตามที่หมอสั่งเด็ดขาด เพราะถ้าหยุดยา ก้อนจะกลับมาแข็งโป๊กเหมือนเดิม
สรุปจากหมอ:
ก้อนโทฟัส ไม่ใช่จุดจบของชีวิตครับ "มันละลายได้" ขอแค่คุณมีวินัยในการกินยา และใจเย็นพอที่จะรอคอยผลลัพธ์
แต่ถ้าก้อนนั้นเริ่มอักเสบ มีน้ำไหล หรือทำให้เดินไม่ได้... อันนี้ต้องรีบมาปรึกษาหมอกระดูกเพื่อพิจารณาการผ่าตัดครับ
อย่าปล่อยให้ก้อนหินที่เท้า มาถ่วงความสุขในการเดินของคุณนะครับ เริ่มรักษาตั้งแต่วันนี้ ยังทันเสมอครับ!
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng
#โรคเก๊าท์ #ก้อนโทฟัส #Tophi #ก้อนที่เท้า #ผ่าตัดเก๊าท์ #กรดยูริกสูง #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดข้อ #เก๊าท์เรื้อรัง #ยาลดกรดยูริก
Comments
Post a Comment