เจาะเลือดตอนปวดแล้ว "ยูริกปกติ" ต้องรออีกกี่วันถึงจะไปเจาะซ้ำให้ได้ค่าที่แท้จริง?
เจาะเลือดตอนปวดแล้ว "ยูริกปกติ" ต้องรออีกกี่วันถึงจะไปเจาะซ้ำให้ได้ค่าที่แท้จริง?
"หมอครับ... หมอนัดผมมาเจาะเลือดซ้ำทำไมอีก? ก็วันนั้นเจาะไปแล้วนี่นา ผลก็ปกติ ยูริกไม่ได้สูง ผมคงแค่ข้อเท้าแพลงเฉยๆ มั้งครับ?"
คุณบอย (นามสมมติ) หนุ่มออฟฟิศวัย 40 ถามหมอด้วยความสงสัย แกไม่อยากลางานมาโรงพยาบาลบ่อยๆ ครับ เข้าใจได้เลย
เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน คุณบอยถูกหามมาส่งที่คลินิกด้วยอาการข้อเท้าบวมแดง เดินไม่ได้ หมอวินิจฉัยว่าเป็น "เก๊าท์กำเริบเฉียบพลัน" แต่ผลเลือดวันนั้นออกมาว่าค่ากรดยูริกอยู่ที่ 5.8 mg/dL (คนปกติไม่ควรเกิน 7)
คุณบอยดีใจ คิดว่าตัวเองรอดตัวแล้ว แต่หมอกลับกำชับว่า "ทานยาให้หายปวดก่อนนะ อีก 1 เดือนค่อยมาเจาะเลือดดูของจริงกันใหม่"
ทำไมต้องรอ? แล้วช่วงเวลา "นาทีทอง" ที่จะจับตัวการร้ายได้คาหนังคาเขา คือเมื่อไหร่กันแน่? วันนี้หมอเก่งมีคำตอบครับ
ทำไมต้องรอ?
อย่างที่หมอเคยเล่าไปครับว่า ในช่วงที่ "ปวดระบม" (Acute Attack) ร่างกายเราจะเกิดภาวะโกลาหล
- ยูริกทิ้งบ้าน (เลือด) ไปเข้าถ้ำ (ข้อ): กรดยูริกส่วนเกินในเลือด พากันตกตะกอนลงไปในข้อต่อจนหมด ทำให้ในเลือดดูเหมือนมีน้อย
- ไตเร่งทำงาน: ความเจ็บปวดทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียด ซึ่งไปกระตุ้นให้ไตขับกรดยูริกทิ้งทางปัสสาวะมากกว่าปกติชั่วคราว
ดังนั้น ค่าเลือดตอนปวด คือ "ค่าลวงตา" ครับ เชื่อถือไม่ได้ 100%
ต้องรอนานแค่ไหน ถึงจะได้ค่าที่แท้จริง?
คำตอบทางการแพทย์ที่ชัดเจนที่สุด คือ "2 ถึง 4 สัปดาห์ หลังจากหายปวดสนิทแล้ว" ครับ
หมอขอย้ำคำว่า "หายปวดสนิท" นะครับ ไม่ใช่นับจากวันที่เริ่มปวด เช่น:
- วันที่ 1: เริ่มปวด (ห้ามเจาะ)
- วันที่ 7: กินยาแล้ว หายปวด เดินปร๋อ (ยังไม่ควรเจาะ)
- วันที่ 21-30 (นับจากวันแรก): นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเจาะเลือดซ้ำครับ
ทำไมต้องรอถึง 2-4 สัปดาห์?
1. รอให้ "โจร" กลับมาเดินบนถนน เมื่ออาการอักเสบในข้อหายดีแล้ว ร่างกายเข้าสู่ภาวะสงบ (Intercritical Gout) กรดยูริกที่เคยซ่อนตัวหรือตกตะกอนในข้อ จะเริ่มละลายกลับออกมาสู่กระแสเลือด เข้าสู่สภาวะสมดุล (Equilibrium) ครับ ตอนนั้นแหละครับ ถ้าเราเจาะเลือด เราจะเห็นระดับกรดยูริกที่เป็น "ค่าพื้นฐาน" (Baseline) ของร่างกายคุณจริงๆ
2. รอให้ไตทำงานปกติ เมื่อหายปวด ฮอร์โมนความเครียดลดลง ไตกลับมาขับยูริกในอัตราปกติ ค่าเลือดจะนิ่งและแม่นยำที่สุดครับ
ถ้าใจร้อน ไปเจาะเร็วกว่านั้นได้ไหม?
สมมติหายปวดปุ๊บ อีก 3 วันไปเจาะเลย ได้ไหม? คำตอบ: ได้ครับ แต่มันอาจจะยัง "ไม่แม่น" ค่าอาจจะยังต่ำกว่าความเป็นจริงอยู่เล็กน้อย ทำให้หมอประเมินแผนการรักษาพลาดได้
เช่น ค่าจริงของคุณอาจจะอยู่ที่ 9.0 (สูงมาก ต้องกินยา) แต่ไปเจาะเร็วเกินไป ค่าอาจจะโชว์ที่ 6.8 (ปกติปริ่มๆ) หมออาจจะคิดว่าคุณคุมอาหารได้ดีแล้ว เลยไม่จ่ายยาลดกรดยูริกให้... ผลคือ อีก 2 เดือนต่อมา คุณก็กลับมาปวดใหม่อีก วนเวียนไม่จบสิ้นครับ
ระหว่างรอเจาะเลือด ต้องทำตัวอย่างไร?
ในช่วง 2-4 สัปดาห์ที่รอมาเจาะเลือดซ้ำ หมอแนะนำให้ใช้ชีวิตแบบ "ทางสายกลาง" ครับ
- อย่าเพิ่งคุมอาหารจัดจนเครียด: ทานอาหารตามปกติที่คุณทาน แต่ให้เลี่ยงของแสลงจัดๆ (เครื่องใน เหล้าเบียร์) เพื่อไม่ให้กระตุ้นการปวดซ้ำ
- กินยาตามสั่ง: ถ้ามียาแก้ปวดที่หมอให้ทานต่อเนื่อง (เช่น Colchicine) ให้ทานจนครบโดส
- ดื่มน้ำเยอะๆ: เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อม
เป้าหมายของการเจาะซ้ำ คืออะไร?
เราไม่ได้เจาะเพื่อจับผิดครับ แต่เราเจาะเพื่อ "วางแผนระยะยาว"
- ถ้าเจาะซ้ำแล้วค่า เกิน 7 mg/dL: แปลว่าคุณเป็นโรคเก๊าท์แบบที่มีการสะสมของยูริกจริง จำเป็นต้องกินยาควบคุมระดับกรดยูริก (Urate Lowering Agent) ต่อเนื่อง เพื่อละลายผลึกและป้องกันไตเสื่อม
- ถ้าเจาะซ้ำแล้วค่า ยังปกติ (ต่ำกว่า 6-7): หมออาจต้องมองหาจำเลยอื่น เช่น เป็นเก๊าท์เทียม (Pseudogout) หรือ ข้ออักเสบจากสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่เก๊าท์
สรุป: ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม
สำหรับเรื่องโรคเก๊าท์ "ความใจเย็น" สำคัญพอกับ "วินัย" ครับ
อย่าเพิ่งดีใจถ้าเจาะเลือดตอนปวดแล้วปกติ และอย่าเพิ่งหงุดหงิดถ้าหมอนัดเจาะเลือดซ้ำ
การรอ 2-4 สัปดาห์ เพื่อให้ได้ค่าเลือดที่ถูกต้อง จะช่วยให้หมอวางแผนการรักษาได้แม่นยำ "ยอมเสียเวลามาเจาะเลือดซ้ำ 1 วัน ดีกว่าต้องเสียเวลานอนปวดติดเตียงไปตลอดชีวิต" จริงไหมครับ?
ดูแลตัวเองให้ดี แล้วพบกันวันนัดเจาะเลือดนะครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng
#โรคเก๊าท์ #เจาะเลือด #กรดยูริก #ค่าเลือดปกติ #ตรวจสุขภาพ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดข้อ #ยูริกสูง #ดูแลตัวเอง #คลินิกกระดูก
Comments
Post a Comment