เก๊าท์ VS เก๊าท์เทียม

เก๊าท์ VS เก๊าท์เทียม

เก๊าท์ (Gout) และ เก๊าท์เทียม (Pseudogout) เป็นโรคข้ออักเสบที่มีอาการคล้ายคลึงกัน แต่มีความแตกต่างกันในหลายแง่มุม ทั้งสาเหตุ การเกิดโรค และวิธีการรักษา ดังนี้:

1. สาเหตุของโรค

• เก๊าท์ (Gout): เกิดจากการสะสมของกรดยูริกในเลือด เมื่อระดับกรดยูริกสูงจนเกิดการตกตะกอนจะกลายเป็นผลึกยูเรต (urate crystals) ซึ่งสะสมในข้อและเนื้อเยื่อรอบๆ ทำให้เกิดการอักเสบและปวดอย่างรุนแรง โดยส่วนมากจะเกิดขึ้นที่ข้อโคนนิ้วโป้งเท้า

• เก๊าท์เทียม (Pseudogout): เกิดจากการสะสมของผลึกแคลเซียมไพโรฟอสเฟต (calcium pyrophosphate crystals) ในข้อ ผลึกชนิดนี้จะสะสมในกระดูกอ่อนและข้อ ทำให้เกิดการอักเสบและปวด คล้ายกับอาการของเก๊าท์ แต่ส่วนใหญ่พบที่ข้อมากกว่า เช่น ข้อเข่า ข้อมือ และข้อศอก

2. อาการ

• เก๊าท์: อาการปวดมักเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน โดยเฉพาะในเวลากลางคืน ข้อที่อักเสบจะบวมแดง ร้อน และเจ็บปวดอย่างรุนแรง อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นเองภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่หากไม่ได้รับการรักษาอาจกลับมาเป็นซ้ำบ่อยๆ

• เก๊าท์เทียม: อาการปวดจะคล้ายคลึงกับเก๊าท์ แต่ความเจ็บปวดอาจไม่รุนแรงเท่ากับเก๊าท์ มักเกิดในข้อใหญ่ เช่น ข้อเข่า และข้อจะบวมแดง อาจเกิดขึ้นทันทีหรือเป็นเรื้อรังก็ได้

3. การวินิจฉัย

การวินิจฉัยทั้งสองโรคนี้ทำได้โดยการตรวจดูผลึกในน้ำไขข้อ ซึ่งแพทย์จะใช้การเจาะน้ำจากข้อที่อักเสบมาตรวจดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ โดย:

• เก๊าท์: พบผลึกยูเรตที่มีลักษณะเรียวคม

• เก๊าท์เทียม: พบผลึกแคลเซียมไพโรฟอสเฟตที่มีลักษณะคล้ายเพชร

4. การรักษา

• เก๊าท์: รักษาโดยการลดระดับกรดยูริกในเลือดด้วยการใช้ยา เช่น ยา allopurinol หรือ febuxostat รวมถึงยาต้านการอักเสบเพื่อลดอาการปวด และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน เช่น หลีกเลี่ยงอาหารที่มีกรดยูริกสูง เช่น เครื่องในสัตว์ อาหารทะเล และแอลกอฮอล์

• เก๊าท์เทียม: ไม่มีวิธีการลดผลึกแคลเซียมไพโรฟอสเฟตเหมือนกับเก๊าท์ การรักษามักใช้ยาต้านการอักเสบเพื่อลดอาการปวด และหากมีการอักเสบมาก แพทย์อาจใช้วิธีการฉีดสเตียรอยด์เข้าในข้อ

5. การป้องกัน

• เก๊าท์: ลดระดับกรดยูริกในเลือดด้วยการปรับอาหารและดื่มน้ำมากๆ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีกรดยูริกสูง และควบคุมน้ำหนัก

• เก๊าท์เทียม: ยังไม่มีวิธีป้องกันโดยตรง เนื่องจากเกิดจากการสะสมของแคลเซียมที่ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่การรักษาสุขภาพข้อให้แข็งแรงและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออาจช่วยลดความเสี่ยงได้

สรุป: แม้ว่าเก๊าท์และเก๊าท์เทียมจะมีอาการคล้ายกัน แต่มีสาเหตุและวิธีการรักษาที่ต่างกัน การวินิจฉัยและการรักษาอย่างเหมาะสมโดยแพทย์จึงเป็นสิ่งสำคัญในการจัดการอาการและป้องกันไม่ให้อาการแย่ลง

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์

ปรึกษาปัญหากระดูกและข้อได้ที่ line ID @doctorkeng ไม่เสียค่าใช้จ่าย

https://page.line.me/vjn2149j?openQrModal=tru

#เก๊าท์ #หมอเก่งกระดูกและข้อ#เก๊าท์เทียม #ข้ออักเสบ #ปวดข้อ

Comments

Popular posts from this blog

"ยาแก้เก๊าท์" กินอย่างไรให้หาย โรคสงบ และไม่พังพินาศเพราะผลข้างเคียง

เก๊าท์ลงไต" ฝันร้ายที่คนกรดยูริกสูงกลัวที่สุด—ทำยังไงไม่ให้ฟอกไตในอนาคต?

การรักษาโรคเก๊า: มียาอะไรบ้าง และเลือกใช้อย่างไรที่เหมาะสมกับคนไข้โรคเก๊าท์ ทุกวันนี้ท่านได้ใช้ยาลดกรดยูริกอย่างถูกต้องหรือไม่?