หายปวดแล้ว ทำไมหมอยังให้กินยาต่อ ความจริงเรื่องโรคเก๊าท์ที่หลายคนเข้าใจผิด
ปวดเข่ากลางดึก จนสะดุ้งตื่น
เช้ามาเข่าบวมแดง ร้อนผ่าว แตะเบาๆ ก็เสียวไปทั้งขา
สามวันผ่านไป อาการหายเอง เหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้น
คุณวิทย์ อายุ 30 ปี เคยเป็นแบบนี้เมื่อเดือนก่อน หมอเจาะน้ำในเข่าไปตรวจ เจอสาเหตุชัดเจน และบอกว่าต้องกินยาคุมระยะยาว แต่พอหายปวด เขาก็คิดในใจว่า "หายแล้วนี่ จะกินยาไปทำไม"
สองอาทิตย์ต่อมา คราวนี้เป็นเข่าอีกข้าง บวมหนักกว่าเดิม
ทำไม "หายปวด" ถึงไม่เท่ากับ "หายโรค" และทำไมการรีบหยุดยาถึงอันตรายกว่าที่คิด อ่านต่อด้านล่างครับ
――――――――――――――――――――――――
หายปวดแล้ว ทำไมหมอยังให้กินยาต่อ ความจริงเรื่องโรคเก๊าท์ที่หลายคนเข้าใจผิด
――――――――――――――――――――――――
มีคนจำนวนไม่น้อยที่เคยปวดข้อรุนแรงแบบเฉียบพลัน อยู่ดีๆ ข้อก็บวมแดง ร้อน ปวดจนเดินไม่ได้ แล้วไม่กี่วันก็หายไปเอง พอหายแล้วก็ใช้ชีวิตต่อตามปกติ คิดว่าเป็นแค่ "เก๊าท์กำเริบครั้งเดียว" ไม่เป็นไร
แต่ความจริงคือ การที่อาการปวดหายไป ไม่ได้แปลว่าต้นเหตุของโรคหายตามไปด้วย และนี่แหละคือจุดที่หลายคนพลาด จนปล่อยให้โรคลุกลามไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัว
วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจโรคเก๊าท์ (Gout) กันให้ชัด ตั้งแต่ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร ทำไมถึงกลับมาเป็นซ้ำ และทำไมการดูแลที่ถูกต้องตั้งแต่ต้นถึงสำคัญมาก
ทำไมข้อถึงปวดขึ้นมาเฉยๆ และเกิดอะไรขึ้นข้างในกันแน่
หลายคนไม่รู้ว่าอาการปวดข้อแบบเฉียบพลันที่หายเองได้นั้น จริงๆ แล้วมีกระบวนการซับซ้อนซ่อนอยู่ และถ้าเราเข้าใจมัน เราจะดูแลตัวเองได้ดีขึ้นมาก
เรื่องเริ่มจากสารชนิดหนึ่งในเลือดที่ชื่อ "กรดยูริก" ปกติร่างกายสร้างกรดยูริกขึ้นมาเองส่วนหนึ่ง และได้จากอาหารบางอย่างอีกส่วนหนึ่ง แล้วขับทิ้งทางไตอย่างสมดุล แต่ในบางคน ร่างกายสร้างมากเกินไป หรือขับออกได้น้อยเกินไป กรดยูริกจึงค้างอยู่ในเลือดสูงขึ้นเรื่อยๆ
ลองนึกภาพน้ำเชื่อมครับ ถ้าเราใส่น้ำตาลลงไปมากเกินไป น้ำตาลจะละลายไม่หมดแล้วตกตะกอนเป็นผลึกที่ก้นแก้ว กรดยูริกในเลือดก็เหมือนกัน เมื่อสูงเกินจุดที่ร่างกายรับไหว มันจะตกผลึกเป็นเกล็ดเล็กๆ คล้ายเข็มแหลม ไปสะสมอยู่ตามข้อต่างๆ โดยเฉพาะข้อที่อยู่ปลายๆ และเย็นกว่าส่วนอื่น เช่น นิ้วโป้งเท้า ข้อเท้า และเข่า
ทีนี้ ตราบใดที่ผลึกเหล่านี้นอนเงียบๆ อยู่ในข้อ เราจะไม่รู้สึกอะไรเลย แต่วันไหนที่มีอะไรมากระตุ้น เช่น กินอาหารหรือดื่มแอลกอฮอล์หนัก ร่างกายขาดน้ำ หรือมีความเปลี่ยนแปลงของระดับกรดยูริกอย่างรวดเร็ว ผลึกบางส่วนจะหลุดลอยออกมา
พอผลึกแปลกปลอมหลุดออกมา ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายก็เหมือนทหารยามที่เจอคนแปลกหน้า มันจะรีบส่งเซลล์เม็ดเลือดขาวจำนวนมากเข้ามาจัดการ เกิดการอักเสบรุนแรงอย่างรวดเร็ว ข้อจึงบวม แดง ร้อน และปวดมากภายในไม่กี่ชั่วโมง นี่คือเหตุผลว่าทำไมอาการถึงมาเร็วและรุนแรง
และเหตุผลที่อาการ "หายเอง" ได้ในไม่กี่วัน ก็เพราะการอักเสบเป็นปฏิกิริยาที่สงบลงได้เองเมื่อทหารจัดการเสร็จ แต่จุดสำคัญคือ ผลึกกรดยูริกยังอยู่ในข้อเหมือนเดิม และกรดยูริกในเลือดก็ยังสูงเหมือนเดิม รอวันที่จะถูกกระตุ้นอีกครั้ง
รู้จักโรคเก๊าท์ให้มากขึ้น
เก๊าท์ (Gout) เป็นโรคข้ออักเสบที่พบบ่อยที่สุดชนิดหนึ่ง เกิดจากการสะสมของผลึกกรดยูริกในข้อ จนทำให้เกิดการอักเสบเป็นพักๆ
อาการเด่นของโรคนี้คือ
• ข้อบวม แดง ร้อน และปวดมากแบบเฉียบพลัน มักเกิดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมง
• ช่วงแรกมักเป็นทีละข้อ และพบบ่อยที่นิ้วโป้งเท้า ข้อเท้า หรือเข่า
• อาการกำเริบมักหายได้เองใน 1 ถึง 2 สัปดาห์ แม้ไม่ได้รักษา แต่จะกลับมาเป็นซ้ำได้
• ถ้าปล่อยไว้นานโดยไม่คุมต้นเหตุ การกำเริบจะถี่ขึ้น และอาจลุกลามเป็นหลายข้อพร้อมกัน
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เป็นเก๊าท์
• ระดับกรดยูริกในเลือดสูงต่อเนื่อง
• ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ โดยเฉพาะเบียร์
• กินอาหารที่ทำให้กรดยูริกสูง เช่น เครื่องในสัตว์ เนื้อแดง อาหารทะเลบางชนิด และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง
• มีน้ำหนักตัวเกิน หรือมีภาวะอ้วน
• มีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น โรคไต ความดันโลหิตสูง หรือใช้ยาบางชนิด
แพทย์วินิจฉัยโรคเก๊าท์ได้อย่างไร
การวินิจฉัยที่ถูกต้องคือหัวใจสำคัญที่สุด เพราะอาการข้อบวมแดงร้อนไม่ได้เกิดจากเก๊าท์เสมอไป โรคติดเชื้อในข้อก็ทำให้ข้อบวมแดงร้อนได้เหมือนกัน และอันตรายกว่ามาก แพทย์จึงต้องแยกให้ชัดก่อน โดยทั่วไปขั้นตอนการตรวจมีดังนี้
[1] ซักประวัติอาการอย่างละเอียด ว่าปวดข้อไหน เป็นมานานแค่ไหน กำเริบบ่อยไหม มีปัจจัยกระตุ้นอะไร และมีโรคประจำตัวหรือไม่
[2] ตรวจร่างกายดูลักษณะของข้อที่อักเสบ
[3] เจาะดูดน้ำในข้อไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ ซึ่งถือเป็นวิธีที่แม่นยำที่สุด เพราะถ้าเห็นผลึกกรดยูริกรูปร่างคล้ายเข็มในน้ำในข้อ ก็ยืนยันโรคได้ชัดเจน และยังช่วยแยกออกจากภาวะติดเชื้อในข้อได้ด้วย
[4] ตรวจเลือดดูระดับกรดยูริก รวมถึงค่าการทำงานของไตและตับ เพื่อช่วยวางแผนการรักษา
[5] ในบางกรณี อาจใช้การตรวจอัลตราซาวด์ (Ultrasound) เพื่อดูการสะสมของผลึกกรดยูริกในข้อและรอบเส้นเอ็น ซึ่งช่วยเสริมการวินิจฉัยได้
แนวทางการรักษาโรคเก๊าท์
การดูแลตัวเองให้แข็งแรงในวันนี้ คือการลงทุนเพื่อให้เรายังเดิน วิ่ง เล่นกับลูกหลาน และทำสิ่งที่รักได้ไปอีกนาน การรักษาเก๊าท์จึงไม่ได้มองแค่การทำให้หายปวดในวันนี้ แต่มองไปถึงการป้องกันไม่ให้ข้อถูกทำลายในระยะยาว โดยแบ่งเป้าหมายเป็นสองส่วนใหญ่ๆ
ส่วนแรก คือการระงับอาการอักเสบเฉียบพลันเวลาที่กำเริบ แพทย์จะใช้ยาแก้อักเสบเพื่อลดบวมลดปวดให้เร็วที่สุด ยิ่งเริ่มเร็วเท่าไรยิ่งได้ผลดี และในบางกรณีที่อักเสบเฉพาะข้อเดียว แพทย์อาจพิจารณาฉีดยาเข้าข้อโดยตรง
ส่วนที่สอง คือการคุมต้นเหตุ นั่นคือการลดระดับกรดยูริกในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์เป้าหมายอย่างต่อเนื่อง ส่วนนี้แหละที่หลายคนมองข้าม เพราะพอหายปวดก็มักหยุดยาเอง ทั้งที่จริงๆ แล้วการกินยาลดกรดยูริกอย่างสม่ำเสมอ คือกุญแจสำคัญที่ทำให้ผลึกค่อยๆ ละลายออกไป และป้องกันการกำเริบในอนาคต
ยาลดกรดยูริกมีหลายชนิด แต่ละชนิดมีจุดเด่นต่างกัน บางชนิดลดกรดยูริกได้แรงกว่า บางชนิดมีประวัติความปลอดภัยระยะยาวที่ชัดเจนกว่า การเลือกยาจึงต้องดูเป็นรายคน โดยเฉพาะคนไทยที่บางคนมีพันธุกรรมที่เสี่ยงแพ้ยาบางตัวรุนแรง แพทย์จึงอาจตรวจเลือดดูความเสี่ยงก่อนเริ่มยา หรือเลือกยาที่เลี่ยงความเสี่ยงนั้นไปเลย
มีอีกจุดหนึ่งที่สำคัญมาก คือในช่วงแรกที่เริ่มยาลดกรดยูริก ระดับกรดยูริกที่เปลี่ยนแปลงเร็วอาจกระตุ้นให้เกิดการกำเริบได้ชั่วคราว แพทย์จึงมักให้ยาป้องกันการกำเริบควบคู่ไปด้วยในช่วงแรก หลายคนเข้าใจผิดว่ายาลดกรดยูริกทำให้ปวดมากขึ้น แล้วเลิกกินไปเอง ทั้งที่จริงๆ แค่ต้องผ่านช่วงปรับตัวนี้ไปด้วยกันกับแพทย์เท่านั้น
โรคเก๊าท์หายขาดได้ไหม ต้องดูแลนานแค่ไหน
ข่าวดีคือ เก๊าท์เป็นโรคที่ควบคุมได้ดีมาก ถ้าได้รับการวินิจฉัยถูกต้องและดูแลต่อเนื่อง คนส่วนใหญ่ที่คุมระดับกรดยูริกให้อยู่ในเป้าหมายได้ จะแทบไม่มีอาการกำเริบอีกเลย และผลึกที่สะสมอยู่ก็จะค่อยๆ ละลายหายไปได้
แต่ต้องเข้าใจว่า การคุมกรดยูริกเป็นเรื่องของระยะยาว ไม่ใช่กินยาแค่ตอนปวดแล้วหยุด เพราะถ้าหยุดยา กรดยูริกก็จะกลับขึ้นสูงอีก และวงจรการกำเริบก็จะกลับมา การดูแลจึงเป็นเหมือนการดูแลความดันหรือเบาหวาน ที่ต้องทำต่อเนื่องและติดตามกับแพทย์เป็นระยะ
ถ้าไม่รักษาจะเกิดอะไรขึ้น
หากปล่อยให้กรดยูริกสูงเรื้อรังโดยไม่คุม ผลที่ตามมาได้แก่
• การกำเริบจะถี่ขึ้นและรุนแรงขึ้น จากที่เคยเป็นทีละข้อ อาจกลายเป็นหลายข้อพร้อมกัน
• ผลึกกรดยูริกสะสมจนเกิดเป็นก้อนใต้ผิวหนังที่เรียกว่าปุ่มโทฟัส (Tophus) ซึ่งทำให้ข้อผิดรูปได้
• ข้อถูกทำลายอย่างถาวร จนเคลื่อนไหวลำบาก
• กรดยูริกที่สูงเรื้อรังยังสัมพันธ์กับการเกิดนิ่วในไตและปัญหาการทำงานของไตได้
ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ป้องกันได้ ถ้าเริ่มดูแลตั้งแต่เนิ่นๆ
วิธีดูแลและป้องกันการกำเริบ
• กินยาตามที่แพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ ไม่หยุดยาเองแม้จะหายปวดแล้ว
• ลดหรืองดแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะเบียร์
• ลดอาหารที่ทำให้กรดยูริกสูง เช่น เครื่องในสัตว์ เนื้อแดง และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง
• ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน
• ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ และดูแลโรคประจำตัวอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย
คำถามที่พบบ่อย
ถาม หายปวดแล้วทำไมยังต้องกินยาต่อ ตอบ เพราะการหายปวดคือการอักเสบสงบลงเท่านั้น แต่ผลึกกรดยูริกและระดับกรดยูริกที่สูงยังอยู่ ถ้าไม่คุมต่อเนื่อง อาการจะกลับมาและข้ออาจถูกทำลายในระยะยาว
ถาม กินยาลดกรดยูริกแล้วกลับปวดขึ้นมาอีก แปลว่ายาไม่ดีหรือเปล่า ตอบ ไม่ใช่ครับ ในช่วงแรกที่เริ่มยา ระดับกรดยูริกที่เปลี่ยนเร็วอาจกระตุ้นให้กำเริบได้ชั่วคราว ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แพทย์จึงมักให้ยาป้องกันควบคู่ไปด้วย ไม่ควรหยุดยาเอง
ถาม คุมอาหารอย่างเดียวพอไหม ไม่อยากกินยา ตอบ การคุมอาหารช่วยได้ แต่ในคนที่กรดยูริกสูงมากหรือกำเริบบ่อย การคุมอาหารอย่างเดียวมักไม่พอ จำเป็นต้องใช้ยาร่วมด้วย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนที่เหมาะกับแต่ละคน
ถาม คนอายุน้อยเป็นเก๊าท์ได้ไหม ตอบ ได้ครับ และคนที่เป็นตั้งแต่อายุน้อย ควรได้รับการตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติม เพราะอาจมีปัจจัยอื่นซ่อนอยู่ และมักต้องดูแลอย่างจริงจังตั้งแต่ต้น
สรุปสิ่งที่ควรจำ
[1] เก๊าท์เกิดจากกรดยูริกในเลือดสูง จนตกผลึกสะสมในข้อแล้วทำให้อักเสบเป็นพักๆ
[2] อาการปวดที่หายเอง ไม่ได้แปลว่าโรคหาย เพราะต้นเหตุยังอยู่และพร้อมกลับมา
[3] การวินิจฉัยที่ถูกต้องสำคัญที่สุด โดยเฉพาะการแยกออกจากภาวะติดเชื้อในข้อ
[4] การคุมระดับกรดยูริกอย่างต่อเนื่องคือกุญแจสำคัญ ไม่ใช่กินยาแค่ตอนปวด
[5] เก๊าท์ควบคุมได้ดีมาก ถ้าดูแลถูกต้องและต่อเนื่อง คุณไม่ได้สู้กับโรคนี้คนเดียว และการเริ่มดูแลตั้งแต่วันนี้ คือของขวัญที่ดีที่สุดที่คุณให้กับตัวเองและคนที่คุณรักได้
――――――――――――――――――――――――
บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการตรวจวินิจฉัยและการรักษาเฉพาะบุคคลได้ หากมีอาการปวดข้อ ข้อบวมแดงร้อน หรือสงสัยว่าเป็นเก๊าท์ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจและวางแผนการรักษาที่เหมาะกับคุณ
ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง
ปรึกษาหรือสอบถามเพิ่มเติม หมอเก่ง กระดูกและข้อ ธนินนิตย์คลินิก เชียงใหม่ Line ID @doctorkeng โทร 081-5303666
――――――――――――――――――――――――
#เก๊าท์ #โรคเก๊าท์ #กรดยูริกสูง #ปวดข้อ #ปวดเข่า #ข้ออักเสบ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ธนินนิตย์คลินิก #กระดูกและข้อ #เชียงใหม่
Comments
Post a Comment